KGEN ผงาดตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ปั๊มมาร์เก็ตแชร์ ส.ค.เกือบ 20% หนุนครึ่งปีหลังโตแกร่ง

KGEN โชว์ศักยภาพความสำเร็จ หลังยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ประจำเดือนสิงหาคม 2569 เติบโตอย่างร้อนแรง กวาดส่วนแบ่งตลาดรวมกันสูงถึง 19.18% สะท้อนการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภค


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งมียอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ป้ายแดงรวมทุกประเภททั้งสิ้น 62,204 คัน  โดยกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV (รถยนต์ไฟฟ้า 100%) มียอดจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 22,088 คัน  สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการและทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานสะอาดของผู้บริโภที่ยังคงรักษาอัตราเร่งได้อย่างมั่นคง

ทั้งนี้ จากการเจาะลึกข้อมูลทางสถิติยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า BEV ประจำเดือนสิงหาคม 2569 พบว่ารถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มการผลิตของ “กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า Chery” ที่จับมือร่วมทุนกับ บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN สามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ 3 รุ่นไฮไลต์สำคัญที่มียอดจดทะเบียนพุ่งติดอันดับยอดนิยมระดับประเทศ

โดยเมื่อคำนวณส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า BEV ทั้งหมดประจำเดือนนี้ พบว่า JAECOO 5 EV: มียอดจดทะเบียนสูงถึง 2,656 คัน ก้าวขึ้นเป็น อันดับ 1 โดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า BEV ประจำเดือนสิงหาคม 2569 โดยคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 12.02%

ขณะที่ CHERY V23: มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 912 คัน  อยู่ใน อันดับที่ 6  โดยคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 4.13% และ  JAECOO 6 EV: มียอดจดทะเบียนรวม 668 คัน อยู่ใน อันดับที่ 11  โดยคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 3.02%

จากการคำนวณสถิติดังกล่าว ส่งผลให้ยอดจดทะเบียนของทั้ง 3 รุ่นยอดนิยมนี้รวมกันอยู่ที่ 4,236 คัน ซึ่งทำให้ KGEN และกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า Chery สามารถกวาดส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์ไฟฟ้า BEV ในเดือนสิงหาคม 2569 รวมกันสูงถึง 19.18%  หรือเกือบ 1 ใน 5 ของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ทั้งประเทศ

ทางด้าน นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานที่ปรึกษา บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN ระบุถึงแผนยุทธศาสตร์เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ว่า ปัจจุบันบริษัทได้ทำการ ปรับเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงาน เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทได้เพิ่มระบบการทำงานในกะที่ 2 (Shift 2) เข้ามาเสริมศักยภาพการผลิตอีกประมาณ 3,000 คันต่อเดือน จากเดิมในกะแรกที่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 5,000 คันต่อเดือน ส่งผลให้ในปัจจุบัน โรงงานมีกำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 8,000 คันต่อเดือน

สำหรับการเพิ่มกำลังการผลิตในครั้งนี้ จะช่วยให้กระบวนการกระจายรถยนต์ไปยังโชว์รูมพันธมิตรที่มีมากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และสามารถส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้ทันท่วงที ซึ่งบริษัทตั้งเป้ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 20,000 คัน

ทั้งนี้ แบรนด์หลักที่บริษัทใช้ในการบุกตลาดและสร้างยอดขายจะประกอบด้วย JAECOO, OMODA, LEPAS และ CHERY โดยจุดแข็งสำคัญที่ทำให้แบรนด์ในกลุ่มนี้สามารถเจาะกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างกว้างขวาง คือการวางระดับราคาจำหน่ายเฉลี่ยที่สมเหตุสมผลและจับต้องได้ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 500,000 ถึง 700,000 บาทต่อคัน ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้ากระแสหลัก (Mass Market) ได้เป็นอย่างดี.

Back to top button