“กรุงศรี” มอง iPhone 18 Pro-Duo หนุนยอดขายกลุ่มไอที Q3 โตเกิน 10% ชู COM7 เด่นเป้า 35 บาท

บล.กรุงศรีมองเปิดตัว iPhone 18 Pro-Duo และการขึ้นราคารุ่นเดิมเป็นไปตามคาด ชี้แรงซื้อก่อนปรับราคาดันยอดขายกลุ่มไอทีไตรมาส 3 โตเกิน 10% นำโดย COM7-ADVICE แต่ระวังยอดขายหลังเปิดตัวชะลอ คงน้ำหนัก “เป็นกลาง” เลือก COM7 หุ้นเด่น ราคาเป้า 35 บาท


การเปิดตัว iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone Duo กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภค หลัง Apple ยกระดับประสิทธิภาพของชิป กล้อง แบตเตอรี่ และระบบชาร์จเร็ว พร้อมเปิดตลาดสมาร์ตโฟนพับได้ผ่าน iPhone Duo เป็นครั้งแรก ขณะเดียวกัน การปรับขึ้นราคา iPhone รุ่นเดิมยังส่งผลให้เกิดการเร่งซื้อสินค้าก่อนราคาใหม่มีผล ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนยอดขายของผู้ประกอบการสินค้าไอทีในช่วงไตรมาส 3/2569

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มีมุมมอง “เป็นกลาง” ต่อการเปิดตัว iPhone 18 และการปรับขึ้นราคาจำหน่าย iPhone รุ่นเดิม เนื่องจากความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกในระยะสั้นมาจากการเร่งซื้อสินค้าก่อนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และก่อนการปรับขึ้นราคา ส่งผลให้ยอดขายไตรมาส 3 จนถึงปัจจุบันของผู้ประกอบการสินค้าไอทีที่ฝ่ายวิจัยศึกษาเติบโตมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 และ บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) หรือ ADVICE มียอดขายเติบโตโดดเด่นประมาณ 15-20%

สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ควบคู่กับ iPhone Duo โดย บล.กรุงศรี ประเมินว่า iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max เป็นการยกระดับต่อเนื่องจาก iPhone 17 Pro มากกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

จุดเด่นสำคัญของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ได้แก่ ชิป A20 Pro ซึ่ง Apple ระบุว่ามีประสิทธิภาพด้านกราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับ iPhone 17 Pro และเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล AI บนอุปกรณ์เป็น 2 เท่า

ด้านกล้องหลักมีความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเพิ่มระบบปรับรูรับแสง หรือ Variable Aperture เป็นครั้งแรกบน iPhone ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยและควบคุมระยะชัดลึก ขณะที่ iPhone 18 Pro Max รองรับการเล่นวิดีโอสูงสุด 43 ชั่วโมง พร้อมระบบชาร์จเร็วที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 50% ภายในเวลาประมาณ 15 นาที เทียบกับราว 20 นาทีใน iPhone 17 Pro

อย่างไรก็ดี ราคาเปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ในประเทศไทยเริ่มต้นที่ 48,900 บาท สูงกว่า iPhone 17 Pro ซึ่งมีราคาเปิดตัวเริ่มต้น 43,900 บาท

ส่วน iPhone Duo ถือเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทใหม่ของ Apple โดยเป็น iPhone แบบพับได้ มาพร้อมหน้าจอด้านในขนาดประมาณ 7.6 นิ้ว และหน้าจอด้านนอกขนาด 5.4 นิ้ว รองรับการใช้งานแบบแบ่งหน้าจอ หรือ Split-screen รวมถึง Apple Penci

iPhone Duo ใช้ชิป A20 Pro เช่นเดียวกับรุ่น Pro โดยมีประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง หรือ Sustained Performance สูงกว่า iPhone 17 Pro สูงสุด 35% ราคาเริ่มต้น 79,900 บาท และมีกำหนดเริ่มวางจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2569

ขณะเดียวกัน Apple ยุติการจำหน่าย iPhone 17 Pro, iPhone 17 Pro Max และ iPhone 16 Plus ผ่าน Apple Store ตามวงจรผลิตภัณฑ์ตามปกติ แต่ตัวแทนจำหน่ายยังสามารถจำหน่ายสินค้าคงเหลือได้

ประเด็นที่แตกต่างจากรอบปีก่อนคือ Apple ไม่ได้ปรับลดราคา iPhone รุ่นเดิม แต่กลับปรับขึ้นประมาณ 4,000-12,000 บาท โดย iPhone 16 ปรับขึ้น 4,000 บาท iPhone 17 เพิ่มขึ้น 5,000 บาท iPhone 17e เพิ่มขึ้น 4,000 บาท และ iPhone Air ปรับขึ้นประมาณ 4,000-12,000 บาท สอดคล้องกับแรงกดดันจากต้นทุนหน่วยความจำ หรือ RAM ที่เพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ iPhone 17 จะยังคงเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นหลักในตลาด จนกว่า Apple จะเปิดตัว iPhone 18 รุ่นมาตรฐาน ซึ่ง บล.กรุงศรี คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2570

สำหรับแนวโน้มหลังการเปิดตัว บล.กรุงศรี ประเมินว่า การเติบโตของยอดขายอาจชะลอตัวลง เนื่องจาก Apple ทยอยวางจำหน่าย iPhone 18 แยกตามรุ่น โดยรุ่น Pro เริ่มจำหน่ายในเดือนกันยายน รุ่น Duo เริ่มจำหน่ายในเดือนตุลาคม และรุ่นมาตรฐานเลื่อนไปเปิดตัวช่วงต้นปี 2570 ประกอบกับกำลังซื้อบางส่วนถูกนำมาใช้ล่วงหน้าจากการเร่งซื้อก่อนปรับราคาแล้ว

ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรปกติของกลุ่มผู้จำหน่ายสินค้าไอทีในไตรมาส 3/2569 จะยังเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่อาจชะลอลงตามประโยชน์จากสินค้าคงเหลือต้นทุนต่ำที่ทยอยลดลง

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะ iPhone 18 Pro และ iPhone Duo ซึ่งมีราคาจำหน่ายสูงขึ้น คาดว่าจะช่วยสนับสนุนยอดขายในช่วงปลายไตรมาส แม้การเปิดตัว iPhone 18 รุ่นมาตรฐานจะเลื่อนไปเป็นช่วงต้นปีหน้า

อย่างไรก็ตาม บล.กรุงศรี คาดว่าแรงสนับสนุนจากสินค้าคงเหลือต้นทุนต่ำจะลดลง ส่งผลให้อัตราการเติบโตของกำไรกลุ่มผู้จำหน่ายสินค้าไอทีมีแนวโน้มชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และปี 2570 แต่ยังได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของยอดขายและสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง

ทั้งนี้ บล.กรุงศรี คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มผู้จำหน่ายสินค้าไอทีที่ระดับ “เป็นกลาง” หรือ NEUTRAL พร้อมเลือก COM7 เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม จากโครงสร้างธุรกิจสินค้าไอทีครบวงจร ครอบคลุมการจำหน่ายสินค้า สินเชื่อผ่อนชำระ ประกันภัย และบริการหลังการขาย ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้และสนับสนุนอัตรากำไร ขณะที่หุ้นซื้อขายด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไรปี 2569 ที่ 14.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 20.5 เท่า ประมาณ 29% โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 35 บาท

Back to top button