SYNEX กางแผนปี 70 ชู AI-Cloud ขับเคลื่อนธุรกิจ ยกระดับไอทีครบวงจร

SYNEX ประกาศทิศทางปี 70 เดินหน้าจากผู้จัดจำหน่ายสู่ผู้สร้างมูลค่า ชู AI-Cloud เป็นเครื่องยนต์เติบโต ต่อยอดเครือข่ายกว่า 70 แบรนด์ และ 6,000 ช่องทาง รุกตลาด Commercial-Enterprise พร้อมเสริมบริการ Trade-In การเงิน และประกันสินค้า


บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2570 ภายในงาน “SYNNEX PARTNER CONNECT 2026: Empowering the Future” เดินหน้าปรับบทบาทจากผู้จัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีสู่การเป็นผู้สร้างมูลค่า หรือ Value Creator โดยมุ่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาพัฒนาเป็นโซลูชันที่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

บริษัทเตรียมต่อยอดความแข็งแกร่งด้านผลิตภัณฑ์ แบรนด์ โลจิสติกส์ และเครือข่ายพันธมิตร ไปสู่การให้บริการด้าน Solution, Service, Platform และ Ecosystem เพื่อสร้างโอกาสใหม่ในตลาด Commercial และ Enterprise พร้อมสนับสนุนการเติบโตร่วมกับพันธมิตรในระยะยาว

นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SYNEX กล่าวว่า อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคที่เทคโนโลยีต้องสามารถสร้างมูลค่าและผลลัพธ์ทางธุรกิจได้มากขึ้น โดยเฉพาะ AI ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบการทำงาน การดำเนินธุรกิจ และความต้องการของลูกค้า

ทิศทางดังกล่าวนำไปสู่บทต่อไปขององค์กรภายใต้แนวคิด “The Next Chapter of SYNNEX – From Distribution to Value Creation” ซึ่งมุ่งต่อยอดจากธุรกิจจัดจำหน่ายไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่เทคโนโลยี ควบคู่กับการขยายการเติบโตของพันธมิตรใน Technology Ecosystem

ปัจจุบัน SYNEX มีพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกมากกว่า 70 แบรนด์ และเครือข่ายช่องทางจัดจำหน่ายกว่า 6,000 ช่องทางทั่วประเทศ บริษัทจึงเตรียมนำศักยภาพด้านผลิตภัณฑ์ ระบบโลจิสติกส์ และการเข้าถึงตลาด มาเชื่อมต่อกับความเชี่ยวชาญของพันธมิตร เพื่อร่วมพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าในตลาด Commercial และ Enterprise

นางสาวสุธิดากล่าวว่า คุณค่าของ AI จะเกิดขึ้นเมื่อองค์กรสามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ โดยบทบาทของ SYNEX คือการเชื่อมโยงเทคโนโลยีจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกเข้ากับความเชี่ยวชาญของพันธมิตร เพื่อเปลี่ยนโอกาสจาก AI ให้เป็นโซลูชันที่สามารถนำไปใช้งานจริงในตลาดไทย

ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านจาก Distribution สู่ Value Creation จะเกิดขึ้นผ่านการสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนการเติบโตของพันธมิตร ตั้งแต่การสร้างความต้องการของตลาด การออกแบบโซลูชัน ไปจนถึงการพัฒนาบริการและรายได้ต่อเนื่อง โดยบริษัทมองว่า AI และ Cloud จะเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป

สำหรับงาน SYNNEX PARTNER CONNECT 2026 มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และโซลูชันจากพันธมิตรมากกว่า 30 แบรนด์ ครอบคลุมตลาด Consumer, Commercial และ Enterprise สะท้อนแนวทาง Ecosystem Growth ที่มุ่งเชื่อมจุดแข็งของผู้ผลิตเทคโนโลยี SYNEX และพันธมิตร เพื่อเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นโซลูชัน บริการ และโอกาสทางธุรกิจ

ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าต่อยอดคุณค่าให้แก่ลูกค้าผ่านบริการ SWOPMART Trade-In ซึ่งเพิ่มทางเลือกในการนำสินค้าเก่ามาแลกซื้อสินค้าใหม่ พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่พันธมิตร รวมถึง Prompt Money แพลตฟอร์มสนับสนุนทางการเงินที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการขาย และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าเทคโนโลยีได้สะดวกมากขึ้น

นอกจากนี้ SYNEX เตรียมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรนายหน้าประกันภัย เพื่อพัฒนาบริการรับประกันสินค้าสำหรับอุปกรณ์ในกลุ่ม Consumer Device เพิ่มทางเลือกด้านการรับประกันและบริการหลังการขาย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า

บริษัทจะเดินหน้าพัฒนาธุรกิจร่วมกับพันธมิตรอย่างครบวงจร ครอบคลุมการออกแบบโซลูชัน การให้บริการ การขยายตลาด และบริการหลังการขาย พร้อมสร้างรายได้ต่อเนื่องตลอดวงจรชีวิตของลูกค้า หรือ Customer Lifecycle

SYNEX ระบุว่า ความแข็งแกร่งด้านเครือข่าย ความเชี่ยวชาญ และบริการ จะช่วยให้พันธมิตรสามารถนำเทคโนโลยีไปต่อยอดเชิงธุรกิจ เข้าถึงโอกาสใหม่ และแข่งขันได้ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ SYNEX ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าไอทีและเทคโนโลยีในประเทศไทยมากกว่า 39 ปี ครอบคลุมคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน เกมมิ่ง อุปกรณ์อัจฉริยะ ซอฟต์แวร์ โซลูชันและระบบไอทีสำหรับองค์กร พร้อมบริการหลังการขาย ภายใต้สัญลักษณ์ “TRUSTED BY SYNNEX”

Back to top button