
ASPS เปิดกลยุทธ์ลงทุน ชี้เป้า PTT-PSL-GFPT สู้ตลาดผันผวน
บล.เอเซีย พลัส (ASPS) แนะนักลงทุนปรับกลยุทธ์ "Selective Buy" เน้นสะสมหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและเตรียมรับอานิสงส์จากการฟื้นตัวในอนาคต ชูหุ้นกลุ่มพลังงาน เดินเรือ และอาหาร เช่น PTT-PSL-GFPT เป็นหลุมหลบภัย ประเมินทิศทางตลาดทุนโลกและหุ้นไทยสัปดาห์นี้เจอความผันผวนจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นและวิกฤตพลังงานรอบใหม่
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS ระบุว่า ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำกลยุทธ์ Selective Buy เน้นตั้งรับอย่างระมัดระวัง โดยสะสมหุ้นต่างประเทศที่อิงโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งยังเติบโตสูง ได้แก่ BE03 ที่รับแรงหนุนจากความต้องการไฟฟ้าของ Data Center และ LENOVO19 ที่ได้อานิสงส์จากอุปสงค์ AI Server
ส่วนหุ้นไทยเน้นกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและราคายังแลกการ์ด (Laggard) นำโดย บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ที่ผลประกอบการจะโดดเด่นตามค่าระวางเรือที่พุ่งสูงสุดในรอบ 5 ปี ตามด้วย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT รับประโยชน์จากราคาน้ำมันโลกฟื้นตัว พร้อมรับปัจจัยบวกจากการดึง ADNOC ร่วมทุนและแนวโน้มปันผลครึ่งปีหลัง ปิดท้ายด้วย บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT ที่ได้อานิสงส์จากราคาเนื้อไก่ฟื้นตัวสวนทางต้นทุนอาหารสัตว์ที่ปรับขึ้นในอัตราที่น้อยกว่า
ทั้งนี้ ประเมินว่าตลาดทุนโลกและตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญสภาวะระมัดระวังตัวอย่างเข้มงวด โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลักจากวิกฤตพลังงานที่กลับมาเป็นแรงกดดัน หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศระงับการใช้งานท่อส่งน้ำมันดิบชั่วคราวจากเหตุโจมตี ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้น 2.9% ยืนเหนือ 107 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อจะเป็นตัวเร่งให้อัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้น
ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัวสูงกว่าคาดจากต้นทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ดันให้ราคากลุ่มซอฟต์แวร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พุ่งขึ้น 25.4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตลาดให้น้ำหนักถึง 86.2% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16 กันยายนนี้
ขณะเดียวกัน ตลาดเทคโนโลยีกำลังรับรู้ปัจจัยท้าทายจากการจัดระเบียบโมเดล AI ระดับสูง ซึ่งวุฒิสภาสหรัฐฯ เตรียมพิจารณา 4 แนวทางกำกับดูแลเข้มงวด แม้จะกดดันหุ้นกลุ่มชิป AI ในระยะสั้น แต่คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มบิ๊กเทคที่มีฐานทุนแข็งแกร่งอย่าง บริษัท ไมโครซอฟท์ หรือ MSFT, บริษัท อัลฟาเบท หรือ GOOGL, บริษัท เมตา แพลตฟอร์มส หรือ META และ บริษัท แอปเปิล หรือ AAPL รวมถึงหุ้นกลุ่มความปลอดภัยไซเบอร์ นอกจากนี้ ภาคความบันเทิงยังมีปัจจัยหนุนจากภาพยนตร์ Spider-Man: Brand New Day ที่จ่อทำลายสถิติรายได้สูงสุดตลอดกาล ซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อการรับส่วนแบ่งกำไรของ บริษัท โซนี่ กรุ๊ป อย่างมีนัยสำคัญ

