
CGSI มอง SET แกว่ง 1,565-1,590 จุด น้ำมัน-Bond Yield กดดัน ชู PTTEP-KBANK
CGSI ประเมิน SET วันนี้เคลื่อนไหวกรอบ 1,565-1,590 จุด รับแรงกดดันราคาน้ำมันและ Bond Yield สหรัฐอยู่ระดับสูง นักลงทุนจับตาผลประชุมเฟดคืนนี้ ท่ามกลางคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ย พร้อมเลือก PTTEP-KBANK เป็นหุ้นเด่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (16 ก.ย.69) โดยคาดดัชนี SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1,565-1,590 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ปรับตัวอยู่ในระดับสูง ขณะที่นักลงทุนรอติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในคืนนี้
สำหรับภาพรวมตลาดต่างประเทศ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดวันที่ 15 ก.ย. ที่ระดับ 52,093.11 จุด ลดลง 328.09 จุด หรือ 0.63% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,585.73 จุด ลดลง 34.25 จุด หรือ 0.45% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,981.57 จุด ลดลง 204.84 จุด หรือ 0.78% หลังตลาดยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันและ Bond Yield ที่ปรับตัวสูงขึ้น
ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน โดยดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 634.18 จุด ลดลง 1.81 จุด หรือ 0.28% ท่ามกลางปัจจัยกดดันในลักษณะเดียวกัน และการรอติดตามทิศทางดอกเบี้ยของเฟด
ด้านราคาน้ำมันดิบยังปรับตัวขึ้นแรง หลังมีรายงานว่าการขนถ่ายน้ำมันดิบที่ท่าเรือยันบู ซึ่งเป็นศูนย์กลางส่งออกน้ำมันฝั่งทะเลแดงของซาอุดีอาระเบียถูกระงับ รวมถึงการยกเลิกส่งมอบน้ำมันบางเที่ยวเรือให้แก่ลูกค้าในยุโรป ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าปัญหาการส่งออกอาจยืดเยื้อ
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 4.44 ดอลลาร์ หรือ 4.38% ปิดที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 3.07 ดอลลาร์ หรือ 2.90% ปิดที่ 108.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนราคาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลง จากแรงกดดันของเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและ Bond Yield สหรัฐที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงทำให้ตลาดกังวลแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยสัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 19.10 ดอลลาร์ หรือ 0.44% ปิดที่ 4,332.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน CGSI แนะนำ PTTEP และ KBANK เป็นหุ้นเด่น โดย PTTEP ได้แรงสนับสนุนจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ราคาก๊าซของบริษัทมีแนวโน้มทรงตัวบริเวณ 6 ดอลลาร์สหรัฐต่อ MMBtu พร้อมกำหนดจุดทำกำไรที่ 156 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 152.50 บาท
ด้าน KBANK ได้ปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มความต้องการสินเชื่อ โดยผลสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทยสะท้อนความต้องการสินเชื่อจากธุรกิจขนาดใหญ่ ที่อยู่อาศัย บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ขณะที่ CGSI ให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารระดับ Neutral และเลือก KBANK เป็น Top Pick พร้อมกำหนดจุดทำกำไร 256 บาท และจุดตัดขาดทุน 249 บาท