
“หุ้นเอเชีย” เปิดลบยกแผง! กังวลลงทุน AI สูง ฉุดหุ้นชิปทรุด KOSPI ร่วง 2.31%
ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดลบยกแผง หลังหุ้นกลุ่มชิปถูกเทขายหนัก ท่ามกลางความกังวลบริษัทเทคโนโลยีทุ่มงบลงทุน AI สูงเกินไป ฉุด KOSPI ร่วง 2.31% ขณะที่นักลงทุนจับตางบ Meta-Tesla และการประกาศดอกเบี้ย LPR ของจีน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายวันนี้ (20 ต.ค.2569) ปรับตัวลดลงทั่วภูมิภาค โดยได้รับแรงกดดันจากการเทขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปและเทคโนโลยี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มูลค่ามหาศาลของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ รวมถึงแนวโน้มต้นทุนทางการเงินที่อาจเพิ่มสูงขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง
สำหรับความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสำคัญในภูมิภาค พบว่า ดัชนีนิกเกอิ (NIKKEI) ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดที่ระดับ 64,755.49 จุด ลดลง 161.21 จุด หรือ 0.25% ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็ง (HSI) ตลาดหุ้นฮ่องกง เปิดที่ 23,990.05 จุด ลดลง 196.78 จุด หรือ 0.81% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต (SSE) ตลาดหุ้นจีน เปิดที่ 3,718.44 จุด ลดลง 12.48 จุด หรือ 0.33%
ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปรับตัวลดลง 2.31% ขณะที่ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ลดลง 0.84% สะท้อนแรงขายหุ้นในตลาดสำคัญทั่วภูมิภาค
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เผชิญแรงขายอย่างหนัก โดยหุ้น SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ร่วงลง 4.07% และหุ้น Samsung Electronics ลดลง 1.03% ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่น หุ้น SoftBank Group ปรับตัวลดลง 4.46% หุ้น Tokyo Electron ลดลง 1.45% และหุ้น Renesas Electronics ลดลง 1.49%
แรงขายดังกล่าวมีสาเหตุสำคัญจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งต้องใช้เงินทุนจำนวนมากในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ข้อมูล และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ตลาดเริ่มประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน รวมถึงความสามารถในการสร้างรายได้และผลตอบแทนในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นอีกปัจจัยเสี่ยง เนื่องจากอาจเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมและภาระทางการเงินของบริษัทที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะธุรกิจเทคโนโลยีและ AI ที่อยู่ระหว่างการขยายกำลังการผลิตและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ นักลงทุนให้ความสำคัญกับการประกาศผลประกอบการของ Meta Platforms และ Tesla เพื่อประเมินแนวโน้มธุรกิจและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI หลังบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำเร่งเพิ่มงบลงทุนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอติดตามการประกาศอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี (Loan Prime Rate: LPR) ประเภท 1 ปี และ 5 ปี ของจีนในช่วงเช้าวันนี้ โดยอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปี ใช้เป็นอัตราอ้างอิงสำหรับสินเชื่อระยะสั้น ขณะที่ LPR ประเภท 5 ปี เป็นอัตราอ้างอิงสำหรับสินเชื่อระยะยาว รวมถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุนในภูมิภาค
