GRAND จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ROH เพียง 3.5 ล้านหุ้น ชี้ภาระหนี้สูง-กระแสเงินสดจำกัด

GRAND เผยภาระหนี้สูง 9.16 พันล้านบาท D/E พุ่ง 21.27 เท่า กระทบสภาพคล่อง ไม่สามารถจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ROH เต็มสิทธิ 162.96 ล้านบาท แต่ยังจองซื้อบางส่วน 3.5 ล้านหุ้น มูลค่า 2.1 ล้านบาท รักษาสัดส่วนถือหุ้นราว 75.01%


บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 มีมติไม่อนุมัติการสละสิทธิการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท โรงแรม รอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH ซึ่ง GRAND มีสิทธิจองซื้อตามสัดส่วนการถือหุ้นจำนวน 271.60 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.60 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 162.96 ล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนไม่เห็นด้วย 26.7488% ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียง

ต่อมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 9/2569 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ได้พิจารณาแนวทางดำเนินการและความเป็นไปได้ในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ROH โดยคำนึงถึงระยะเวลาการจองซื้อระหว่างวันที่ 20-27 ตุลาคม 2569 รวมถึงฐานะทางการเงิน สภาพคล่อง กระแสเงินสด ความสามารถในการก่อหนี้และลงทุน ตลอดจนภาระหนี้สินและข้อผูกพันทางการเงินของบริษัท

GRAND ระบุว่า จากงบการเงินเฉพาะกิจการ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีหนี้สินรวมประมาณ 9,161.75 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 21.27 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 14.87 เท่า ณ สิ้นปี 2568 สะท้อนภาระหนี้สินในระดับสูงเมื่อเทียบกับฐานทุน ส่งผลให้มีข้อจำกัดในการก่อหนี้เพิ่มเติม และไม่สามารถจัดหาเงินทุนประมาณ 162.96 ล้านบาท เพื่อจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ROH เต็มจำนวนได้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด

นอกจากนี้ บริษัทมีภาระเงินกู้ยืมจาก ROH ประมาณ 4,019 ล้านบาท รวมถึงภาระชำระหนี้และดอกเบี้ยหุ้นกู้ ขณะที่ผลขาดทุนจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องทำให้การขอสินเชื่อใหม่จากสถาบันการเงินทำได้ยากขึ้น ทั้งในด้านความสามารถในการชำระหนี้ หลักประกัน และเงื่อนไขทางการเงิน

ขณะเดียวกัน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในภาวะซบเซา ประกอบกับแผนการขายทรัพย์สินล่าช้ากว่ากำหนด ส่งผลให้บริษัทมีกระแสเงินสดไม่เพียงพอสำหรับการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ROH ทั้งหมดตามสัดส่วนการถือหุ้น อีกทั้งในปี 2568 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิประมาณ 1,576.51 ล้านบาท และไตรมาส 1/2569 ขาดทุนสุทธิประมาณ 177.28 ล้านบาท ทำให้ฐานะเงินทุนมีข้อจำกัด และการนำเงินไปลงทุนเพิ่มเติมหรือก่อหนี้เพื่อจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนเต็มจำนวนอาจเพิ่มภาระทางการเงิน กระทบสภาพคล่องและความสามารถในการดำเนินธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม แม้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะมีมติไม่อนุมัติการสละสิทธิการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ROH แต่คณะกรรมการบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่า ด้วยข้อจำกัดด้านหนี้สิน ฐานะทางการเงิน สภาพคล่อง และการจัดหาแหล่งเงินทุน บริษัทไม่สามารถใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ROH ทั้งหมดจำนวน 271.60 ล้านหุ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นได้

ทั้งนี้ เพื่อให้ GRAND ยังคงมีอำนาจควบคุม ROH อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทได้ดำเนินการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ROH บางส่วนจำนวน 3.50 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.60 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 2.10 ล้านบาท ภายในระยะเวลาการจองซื้อที่สิ้นสุดวันที่ 27 ตุลาคม 2569

ภายหลังการเพิ่มทุน หากหุ้นเพิ่มทุน ROH ได้รับการจองซื้อและจัดสรรครบทั้งจำนวน GRAND จะมีสัดส่วนการถือหุ้นใน ROH ประมาณ 75.01% ของทุนชำระแล้ว หรือไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ส่งผลให้ ROH ยังคงสถานะเป็นบริษัทย่อยของ GRAND ต่อไป

Back to top button