
“ทรัมป์” ชั่ง 3 ทางเลือกกดดันอิหร่าน เปิดทางเจรจา 10 วัน ก่อนชี้ขาดโจมตีรอบใหม่
“ทรัมป์” หารือทีมความมั่นคงทำเนียบขาว พิจารณา 3 ทางเลือกกดดันอิหร่าน ทั้งโจมตีทางทหาร คว่ำบาตรเศรษฐกิจ และเจรจาทางการทูต จับตาข้อเสนอกาตาร์เปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกผ่อนคลายมาตรการสหรัฐฯ คาดมีเวลาราว 10 วันก่อนตัดสินใจขั้นต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจาก Axios สื่อสหรัฐฯ ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา เสร็จสิ้นการประชุมระดับสูงร่วมกับคณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ณ ทำเนียบขาว เพื่อประเมินสถานการณ์และพิจารณาทางเลือกในการดำเนินมาตรการตอบโต้อิหร่าน รวมถึงความเป็นไปได้ในการเปิดปฏิบัติการทางทหารระลอกใหม่ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า จะมีการตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการในเร็ว ๆ นี้
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า หากสามารถหลีกเลี่ยงได้ สหรัฐฯ ไม่ประสงค์ที่จะสร้างความเสียหายเพิ่มเติมแก่อิหร่าน อย่างไรก็ตาม ในบางสถานการณ์อาจมีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการทางทหาร พร้อมระบุว่า ทุกฝ่ายจะได้รับทราบการตัดสินใจดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้
รายงานของ Axios ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ระหว่างพิจารณาทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ 3 แนวทางหลัก เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ประกอบด้วย
แนวทางที่ 1 การยกระดับปฏิบัติการทางทหาร (Military Escalation) โดยสหรัฐฯ อาจเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ เพื่อจำกัดและทำลายศักยภาพด้านนิวเคลียร์เพิ่มเติม ตลอดจนเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลอิหร่านยอมรับข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส รูสเวลต์ (USS Roosevelt) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สามที่มีกำหนดเข้าประจำการในภูมิภาค จะยังคงจอดเทียบท่าในประเทศสิงคโปร์จนถึงช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ส่งผลให้มีการประเมินว่า ปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่อาจยังไม่เกิดขึ้นก่อนช่วงเวลาดังกล่าว
แนวทางที่ 2 การเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ (Economic Strangulation) โดยสหรัฐฯ อาจเลือกคงมาตรการปิดล้อมทางทะเล ควบคู่กับการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างเข้มงวด เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ โดยหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงในระยะนี้
แนวทางที่ 3 การบรรลุข้อตกลงทางการทูต (Diplomatic Deal) โดยสหรัฐฯ อาจพิจารณายอมรับข้อเสนอประนีประนอมจากรัฐบาลอิหร่าน ผ่านกรอบการเจรจาเร่งด่วนภายในระยะเวลา 2 วัน ซึ่งมีกาตาร์ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่าย เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดและป้องกันการยกระดับความขัดแย้งทางทหาร
สำหรับข้อเสนอของกาตาร์ (Qatari Proposal) มีสาระสำคัญแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 สหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเล พร้อมพิจารณาปลดอายัดและคืนทรัพย์สินบางส่วนของอิหร่านที่ถูกระงับไว้ ขณะที่รัฐบาลอิหร่านจะต้องอนุญาตให้คณะผู้ตรวจสอบด้านนิวเคลียร์ระหว่างประเทศเดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่เคยได้รับความเสียหายจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสเกี่ยวกับกิจกรรมนิวเคลียร์ของประเทศ
ระยะที่ 2 อิหร่านจะดำเนินการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์สามารถสัญจรผ่านได้อีกครั้ง ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาเกี่ยวกับการจัดการคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน เพื่อแสวงหาข้อตกลงระยะยาวในการลดความตึงเครียดด้านความมั่นคงในภูมิภาค
รายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการบรรลุข้อตกลงที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของนโยบายสหรัฐฯ อย่างเป็นรูปธรรม โดยยังคงให้ความสำคัญกับแนวทางการทูต และพิจารณาการใช้กำลังทางทหารเป็นทางเลือกสุดท้าย หากกระบวนการเจรจาไม่สามารถบรรลุผลได้
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากกำหนดการเคลื่อนกำลังของเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ทำให้มีการประเมินว่า รัฐบาลกาตาร์อาจมีเวลาประมาณ 10 วันในการผลักดันข้อเสนอการเจรจาระยะแรกให้เกิดความคืบหน้า ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะตัดสินใจกำหนดแนวทางดำเนินการขั้นต่อไปต่ออิหร่าน

