ตลท.ย้ายกลุ่มอุตสาหกรรม-หมวดธุรกิจ 8 บจ. มีผล 11 มิ.ย.นี้


ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้กําหนดแนวทางในการทบทวนและปรับย้ายกลุ่มอุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน โดยพิจารณาจัดตามประเภทธุรกิจที่สร้างรายได้ส่วนใหญ่ให้บริษัทเป็นสําคัญ และจะทบทวนความเหมาะสมของกลุ่มอุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนทุกบริษัทเป็นประจําทุกปี

ทั้งนี้จากการพิจารณาโครงสร้างรายได้และลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนประกอบกับข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลประจําปี 2563 (แบบ 56-1) และงบการเงินประจําปี 2563 แล้ว พบว่า มีบริษัทที่โครงสร้างรายได้และลักษณะการประกอบธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงปรับย้ายบริษัทให้อยู่กลุ่มอุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งประกอบด้วย บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 7 บริษัท และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 1 บริษัท ดังนี้

บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

1.บริษัท แอดวานซ์ คอนเนคชั่น คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ ACC ปัจจุบันมีรายได้หลักจากธุรกิจพลังงานทดแทน จึงปรับเปลี่ยนจาก กลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products) หมวดธุรกิจของใช้ในครัวเรือนและสํานักงาน (Home & Office Products) ไปยัง กลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร (Resources) หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities)

2.บริษัท บี-52 แคปปิตอล จํากัด (มหาชน) หรือ B52 มีรายได้หลักจากธุรกิจการให้บริการทางพาณิชย์ จัดจําหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มของบริษัท จึงปรับย้ายจากกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products) หมวดธุรกิจแฟชั)น (Fashion) ไปยัง กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ (Services) หมวดธุรกิจพาณิชย์ (Commerce)

3.บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จํากัด (มหาชน) หรือ GLOCON เปลี่ยนแปลงการดําเนินธุรกิจเป็นธุรกิจส่งออก ธุรกิจอาหารแปรรูปแช่แข็ง ผลิตภัณฑ์อาหารกึ)งสําเร็จรูปพร้อมทาน และผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้ง จึงปรับย้ายจากกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม (Industrials) หมวดธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ไปยัง กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry) หมวดธุรกิจอาหารและเครื่งดื่ม (Food & Beverage)

4.บริษัท คิง ไว กรุ๊ป (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) หรือ KWG ปัจจุบันมีรายได้หลักจากธุรกิจประกันภัยจึงปรับย้ายจากกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction) หมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Property Development) ไปยัง กลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน (Financials) หมวดธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต (Insurance)

5.บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั0น จํากัด (มหาชน) หรือ TCMC ปัจจุบันมีรายได้หลักจากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ จึงปรับเปลี่ยนจาก กลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction) หมวดธุรกิจวัสดุก่อสร้าง (Construction Materials) ไปยัง กลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products) หมวดธุรกิจของใช้ในครัวเรือนและสํานักงาน (Home & Office Products)

6.บริษัท ทีพีซีเอส จํากัด (มหาชน) หรือ TPCS เปลี่ยนแปลงธุรกิจของบริษัทเป็นผู้ผลิตสิ่งทอประเภทเทคนิคสําหรับนําไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ที)หลากหลาย จึงปรับเปลี)ยนจากกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products) หมวดธุรกิจแฟชั)น (Fashion) ไปยัง กลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม (Industrials) หมวดธุรกิจวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร (Industrial Materials & Machinery)

7.บริษัท วาว แฟคเตอร์ จํากัด (มหาชน) หรือ W เปลี่ยนแปลงธุรกิจและมีรายได้หลักจากธุรกิจอาหาร จึงปรับเปลี่ยนจาก กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Technology) หมวดธุรกิจชิ7นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Components) ไปยัง กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry) หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage)

บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

1.บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จํากัด (มหาชน) หรือ EFORL ปัจจุบันมีรายได้หลักจากธุรกิจนําเข้าและจัดจําหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ จึงปรับเปลี่ยนจาก กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ (Services) ไปยัง กลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคและบริโภค (Consumer Products)

ทั้งนี้ การปรับย้ายกลุ่มอุตสาหกรรม และหมวดธุรกิจของบริษัทข้างต้น ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป

Back to top button