TCMC คาดรายได้ปี 64 ฟื้นตัว รับตลาดตปท.-เทรนด์แต่งบ้าน หนุนออเดอร์เพิ่ม


นางสาวปิยพร พรรณเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TCMC คาดการณ์รายได้ปี 64 ว่าจะฟื้นกลับมาใกล้เคียงกับปี 62 ที่มียอดขายราว 8.8 พันล้านบาท หลังจากปีก่อนอยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท ตามสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดสหรัฐฯและยุโรป รวมไปถึงออเดอร์ของลูกค้าที่จะเพิ่มเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลัง และการปรับปรุงเครื่องจักรรอรับออเดอร์ที่กำลังจะกลับเข้ามา

ด้านกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ (TCM Living) มีการขยายฐานการผลิตและช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยเข้าซื้อกิจการแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติอังกฤษ Arlo & Jacob มีโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ 5 แห่งในประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มผู้บริโภคโดยตรง (B2C) มากขึ้น ทำให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าและสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น รวมไปถึง Arlo & Jacob ยังมีช่องทางการขายแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางตอบสนองผู้บริโภคได้อีกช่องทางหนึ่ง

นอกจากนี้ยังนำ Influencer ที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกันมาดึงดูดความสนใจลูกค้ากลุ่ม Young generation โดยเฉพาะ Influencer ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ลูกค้ากำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยในอนาคตบริษัทมีแผนการขยายตลาดให้กว้างออกไปอีก ให้ครอบคลุมทั้งทวีปยุโรปและอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูงอีกด้วย

โดยปัจจุบันกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ (TCM Living) มีแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ในเครือ ได้แก่  Alstons,  Ashley Manor,  AMX Design,  Alexander & James และ Arlo & Jacob ซึ่งบริษัทมีความเชื่อมั่นว่าทั้ง 5 แบรนด์ จะสามารถตอบสนองความต้องการซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นสอดรับกับเทรนด์การแต่งบ้านและความต้องการใชชีวิตส่วนใหญ่ที่บ้านหลังเกิดวิกฤติโควิด-19ได้

แม้ในไตรมาส 1/64 ที่ผ่านมาจะประสบปัญหาเรื่องการขาดแคลนโฟม ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้มีต้นทุนสูงขึ้น เละการขนส่งระหว่างประเทศที่ยังคงเป็นปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยังไม่สามารถควบคุมการบริหารต้นทุนได้ดีนัก แต่คาดว่าในไตรมาส 2/64 จะมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น เนื่องจากมีการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายและการทยอยปรับราคาสินค้าที่จะเริ่มเห็นผลในไตรมาสที่ 2/64 นี้

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจวัสดุปูพื้น (TCM Flooring) หากกลุ่มธุรกิจโรงแรมกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติก็จะมีออเดอร์กลับเข้ามา แต่ในระหว่างนี้ก็ยังไปหากลุ่มลูกค้าอื่นเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มออฟฟิศ คาสิโน เป็นต้น และมีการเร่งเครื่องปรับการบริหารจัดการต้นทุน ปรับปรุงเครื่องจักร และ lean organization เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและการตอบสนองลูกค้าให้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมรับออเดอร์ที่จะเข้ามาหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย

โดยบริษัทได้เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มลูกค้าในส่วนของที่อยู่อาศัย (Residential) มากขึ้น โดยปัจจุบันสถานการณ์ในตลาดต่างประเทศเริ่มคลี่คลาย ธุรกิจท่องเที่ยวมีทิศทางที่ดีขึ้น และมีการติดต่อจากลูกค้าต่างประเทศเข้ามามากขึ้น บริษัทจึงมุ่งเน้นการเติบโตของรายได้จากลูกค้าในตลาดที่เริ่มมีการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแล้ว ได้แก่ ตลาดอเมริกา ยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มพรมลักช์ชัวรี่ เช่น พรมในร้านแบรนด์เนม พรมบนเครื่องบินส่วนตัว เป็นต้น

รวมถึงกลุ่มธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ (TCM Automotive) มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี เนื่องจากอุตสาหกรรมรถยนต์มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์หุ้มบุในรถยนต์ให้ตอบสนองกับกระแสความนิยมรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น อย่างไรก็ตามยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์โควิดในประเทศไทย ที่กลับมาระบาดอีกระลอก ซึ่งอาจจะส่งผลให้อุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศต้องชะลอตัวอีกครั้ง

Back to top button