
KISS โกยรายได้ปี 68 ทะลุ 1.21 พันลบ. ดันกำไรแตะ 165 ล้านบาท ลั่นรุกหนักตลาดต่างประเทศ
KISS ปิดปี 68 โชว์รายได้–กำไรเติบโตต่อเนื่อง หลังไตรมาส 4 กำไรพุ่ง 28% ดันทั้งปีทำรายได้ 1,207 ล้านบาท กำไรสุทธิ 165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน พร้อมกางแผนปี 69 รุกต่างประเทศครบ 8 ประเทศ เสริมการเติบโตระยะยาว
นายคอร์ราโด จาควินโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS เปิดเผยว่า ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,207 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเติบโตต่อเนื่องของกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) และการขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าและครีมกันแดด
รายได้จากแบรนด์ Rojukiss เติบโต 11% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากสินค้าหลักและสินค้าใหม่ อาทิ Micellar Water, UV Stick Aqua Cooling Jelly, UV Shield Tone Up Sunscreen และ CeraB12 Skin Reset Serum ซึ่งเปิดตัวในไตรมาส 4 เพื่อขับเคลื่อนยอดขาย
ด้านช่องทางจำหน่าย General Trade เติบโต 31% และช่องทางต่างประเทศเติบโต 418% จากปีก่อน ขณะที่ Modern Trade และ E-commerce ปรับตัวลดลงจากการบริหารสต็อกสินค้าและควบคุมการขายเข้าสู่ร้านค้า (sell-in) อย่างไรก็ดี ยอดขายออกสู่ผู้บริโภค (sell-out) ใน Modern Trade เติบโตกว่า 20% และ E-commerce เติบโต 35% จากปีก่อน
ทั้งนี้ Rojukiss ยังคงเป็นผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์มาสก์หน้า โดยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 18.0% ในปี 2568 จาก 14.9% ในปี 2567
สำหรับการขยายตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจใน 4 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม สปป.ลาว เมียนมา และเนปาล และมีแผนขยายเพิ่มอย่างน้อยอีก 4 ประเทศภายในปีนี้ เพื่อผลักดันสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเป็น 8% ภายในปี 2569 และตั้งเป้าระยะยาวเพิ่มเป็น 20% ของรายได้รวมภายในปี 2573
กลยุทธ์การขยายตลาดต่างประเทศดำเนินผ่าน 3 โมเดล ได้แก่
- โมเดลจัดจำหน่ายโดยตรง (Direct Distribution Model) ร่วมกับพันธมิตรโมเดิร์นเทรดและอีคอมเมิร์ซ ในตลาดเวียดนาม สปป.ลาว กัมพูชา อินเดีย และอินโดนีเซีย
- โมเดลตัวแทนจำหน่าย (Distributor-led Model) ในตลาดเอเชียสำคัญ
- โมเดลค้าส่ง (Wholesaler Model) ขยายสู่ภูมิภาคอื่นทั่วโลก ผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ
สำหรับปี 2569 บริษัทประเมินว่าเป็นปีที่มีความท้าทาย โดยจะยังคงมุ่งเน้นการผลักดันยอดขายออกสู่ผู้บริโภค (sell-out) สำหรับธุรกิจหลักภายในประเทศ ควบคู่กับการขยายสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะสามารถปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของงบประมาณด้านการโฆษณาและการตลาด พร้อมบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน

