ฝรั่งเศส-อิตาลี คลายกังวล! หวนฉีดวัคซีน “แอสตราเซเนกา” หลังองค์กรยายุโรป ยันปลอดภัย

ฝรั่งเศส-อิตาลี คลายกังวล! หวนฉีดวัคซีนแอสตราฯ วันนี้ หลังองค์กรยายุโรป ยันปลอดภัย


นายกาเบรียล แอททัล โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศสเปิดเผยในวันนี้ (19 มี.ค.64) ว่า ฝรั่งเศสจะกลับมาใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่แอสตราเซเนกาพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดในวันนี้ หลังจากที่องค์การยาแห่งยุโรป (EMA) ประกาศว่า วัคซีนโควิด-19 ของบริษัทมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ EMA แนะนำให้ประเทศในยุโรปใช้วัคซีนดังกล่าวต่อไปได้ เพราะประโยชน์ที่จะได้รับนั้นมากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ หลายประเทศรวมถึงฝรั่งเศสได้สั่งระงับการฉีดวัคซีนของบริษัทแอสตราเซเนกา หลังมีรายงานกรณีการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

ทางด้านนายฌอง กัสเต็กซ์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสมีกำหนดเข้ารับการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกาในวันนี้ด้วย

ขณะเดียวกัน นายกัสเต็กซ์ได้ประกาศล็อกดาวน์ 16 แคว้นในฝรั่งเศส รวมกรุงปารีสเป็นเวลา 1 เดือนเมื่อวานนี้ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นวงกว้าง หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ นายแอททัลได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ RTL ว่า รัฐบาลจะหาแนวทางเพื่อช่วยให้ประชาชนทำงานจากที่บ้านได้มากขึ้น

เช่นเดียวกับอิตาลีที่จะกลับมาดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทแอสตราเซเนกาให้กับประชาชนอีกครั้งในวันนี้ หลังจากที่องค์การยาแห่งยุโรป (EMA) ออกมาแถลงว่า วัคซีนดังกล่าวมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

โดยทำเนียบนายกรัฐมนตรีอิตาลีได้เปิดเผยแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีมาริโอ ดรากีระบุว่า “รัฐบาลอิตาลียินดีกับการประกาศของ EMA และจะดำเนินการฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดในเวลาที่รวดเร็วที่สุด”

อนึ่ง สำนักงานยาอิตาลี (AIFA) ได้ออกมาแถลงในวันพฤหัสบดี (18 มี.ค.) ว่า “กระทรวงสาธารณสุข และสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (ISS) ได้ตกลงกันว่าจะยกเลิกการประกาศห้ามใช้วัคซีนของแอสตราเซเนกาในวันศุกร์นี้ (19 มี.ค.) ซึ่งจะส่งผลให้โครงการฉีดวัคซีนสามารถกลับมาดำเนินการได้อีกครั้งในเวลา 15.00 น.เป็นต้นไป”

ก่อนหน้านี้ AIFA ได้ออกคำสั่งให้ระงับการฉีดวัคซีนโควิดของแอสตราเซเนกาเป็นการชั่วคราวเพื่อเป็นการป้องกันล่วงหน้าเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่มีผู้ได้รับวัคซีนดังกล่าวเกิดอาการข้างเคียงรุนแรงในประเทศ ซึ่งการที่อิตาลีสั่งระงับการฉีดวัคซีนดังกล่าวนั้นสอดคล้องกับอีกหลายประเทศในยุโรปที่ดำเนินการเช่นเดียวกัน ขณะที่รอผลการพิจารณาทบทวนเรื่องความปลอดภัย และความเกี่ยวข้องของอาการข้างเคียงที่พบในผู้ที่ได้รับวัคซีนดังกล่าว

Back to top button