ยุติการค้นหา “เครนถล่มทับรถไฟโคราช” ยอดเสียชีวิต 32 ราย สูญหาย 3 คน

เหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีนถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 ช่วงหนองน้ำขุ่น–สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย สูญหาย 3 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก เร่งกู้ซากและเยียวยาผู้ประสบเหตุ


ผู้สื่อข่าวรายงาน (14 ม.ค. 69) ถึงความคืบหน้าเหตุเครนก่อสร้างของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน สัญญาที่ 3-4 ในช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และกุดจิก–โคกกรวด หล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 ระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ภายหลังเกิดเหตุ ทีมวิศวกรโครงการได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และยืนยันว่าโครงสร้างโดยรวมยังมีความมั่นคงแข็งแรง ขณะที่บริษัทผู้รับเหมาได้นำรถเครนขนาดใหญ่ 3 คัน เข้ายกซากโบกี้รถไฟที่ถูกทับเสียหายอย่างรุนแรง รวมถึงโบกี้ที่ตกรางออกจากราง เพื่อเร่งเปิดเส้นทางสัญจรโดยเร็ว พร้อมกันนี้ทีมกู้ภัยจากหลายหน่วยงานได้ระดมกำลังค้นหาร่างผู้เสียชีวิตภายในโบกี้ที่ 2 ซึ่งได้รับความเสียหายหนักที่สุด

เมื่อเวลา 20.30 น. นายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เดินทางเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ พร้อมยืนยันว่าภาครัฐจะดูแลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลส่งผู้บาดเจ็บกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัยหลังอาการดีขึ้น

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ขบวนรถไฟมีผู้โดยสารทั้งหมด 208 คน โดยลงระหว่างทางก่อนถึงจุดเกิดเหตุ 37 คน เหลือผู้โดยสารในโบกี้ขณะเกิดเหตุ 171 คน ความเสียหายรุนแรงที่สุดอยู่ที่โบกี้ที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นจุดที่เครนตกลงมาทับ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย บาดเจ็บ 64 ราย และสูญหาย 3 ราย

ด้าน นพ.วิชาญ คิดเห็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตได้แล้ว 12 ราย ส่วนอีก 20 รายต้องใช้กระบวนการพิสูจน์ขั้นสูง เนื่องจากร่างได้รับความเสียหายจากไฟไหม้อย่างรุนแรง โดยร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดจะส่งไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและประสานญาติต่อไป

ขณะที่นายอนุทิน วีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยให้ความช่วยเหลือในวงเงินเริ่มต้นระดับหลักล้านบาทต่อครอบครัว

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. เจ้าหน้าที่ประกาศยุติการค้นหาผู้สูญหายในพื้นที่เกิดเหตุชั่วคราว เนื่องจากสภาพพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยและทัศนวิสัยต่ำ ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 32 ราย และมีผู้สูญหาย 3 ราย โดยสามารถพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลได้ชัดเจนแล้ว 13 ราย ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป

Back to top button