“สรรพสามิต” ลุยกวาด “บุหรี่เถื่อน” 9 เดือน ปรับพุ่ง 4.2 พันล้าน กินแชร์ตลาด 64%

กรมสรรพสามิต เผยผลกวาดล้าง “บุหรี่เถื่อน” 9 เดือน จับกุม 29,411 คดี จับตาขบวนการลักลอบปรับรูปแบบใช้ช่องทางชายแดนใต้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า บุหรี่เถื่อนยังคงเป็นสินค้าผิดกฎหมายอันดับ 1 และมีแนวโน้มถูกลักลอบนำเข้า และกระจายผ่านเครือข่ายที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการใช้พื้นที่ชายแดน เส้นทางลำเลียงทางธรรมชาติ รวมถึงการใช้บ้านพักหรือบ้านเช่าเป็นสถานที่พักสินค้าเพื่อรอการกระจายสู่ผู้จำหน่ายรายย่อย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ภาษีของรัฐ ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย และความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ

ผลการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบ 9 เดือน (ตุลาคม 2568 – มิถุนายน 2569) สามารถจับกุมคดีได้รวม 29,411 คดี คิดเป็นค่าปรับกว่า 817.01 ล้านบาท และมีประมาณการค่าปรับรวมกว่า 4,282.14 ล้านบาท

ทั้งนี้ เฉพาะในเดือนมิถุนายน กรมสรรพสามิตสามารถจับกุมคดีรวม 3,104 คดี คิดเป็นค่าปรับกว่า 73.63 ล้านบาท โดยพบว่า คดียาสูบมีจำนวนสูงที่สุดถึง 1,993 คดี หรือคิดเป็นประมาณ 64% ของคดีทั้งหมด สะท้อนว่าปัญหาบุหรี่เถื่อนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายสรรพสามิตในปัจจุบัน

นายพรชัย กล่าวว่า ข้อมูลการจับกุมดังกล่าวสะท้อนพฤติกรรมของขบวนการลักลอบสินค้าหนีภาษีที่มีความเป็นระบบมากขึ้น โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำผิดเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งจุดเก็บสินค้า หรือการใช้พื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดนเป็นจุดลำเลียงสินค้าเข้าสู่ประเทศ ทำให้การปราบปรามจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูล การข่าว และการปฏิบัติการร่วมกันหลายหน่วยงาน

นอกจากนี้ พื้นที่เฝ้าระวังหลักยังคงอยู่ในจังหวัดชายแดนและจังหวัดที่เป็นเส้นทางลำเลียงสำคัญ โดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดบุหรี่เถื่อนล็อตใหญ่ได้หลายคดี โดยในจังหวัดพัทลุงพบการจับกุมบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมาย 2 คดี ได้แก่ คดีแรก สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่พัทลุง บูรณาการร่วมกับฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครอง ตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมายจำนวน 52,500 ซอง จากผู้ต้องหา 1 ราย คิดเป็นค่าปรับประมาณ 32.97 ล้านบาท

ส่วนคดีที่สอง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นห้องเช่าที่ใช้เป็นสถานที่พักสินค้า ตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมายเพิ่มอีก 14,350 ซอง พร้อมผู้ต้องหา 5 ราย คิดเป็นค่าปรับประมาณ 22.34 ล้านบาท สะท้อนการปรับรูปแบบของขบวนการลักลอบที่ใช้พื้นที่พักอาศัยเป็นจุดซุกซ่อนสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่ตรวจยึดยาสูบที่มิได้เสียภาษีบริเวณริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก จำนวน 14,000 ซอง คิดเป็นค่าปรับประมาณ 13.66 ล้านบาท สะท้อนความเสี่ยงของพื้นที่แนวชายแดนที่ยังเป็นช่องทางสำคัญของการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การปราบปรามสินค้าหนีภาษีมิได้มีเป้าหมายเพียงการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่ยังเป็นภารกิจในการปกป้องรายได้ของรัฐ รักษากลไกการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม และคุ้มครองผู้บริโภค

กรมสรรพสามิตยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรการตรวจสอบและปราบปรามอย่างเข้มข้น ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง กรมศุลกากร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ และสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษีอย่างยั่งยืน

Back to top button