“ทรัมป์-เนทันยาฮู” จับมือกดดันอิหร่าน สกัดส่งออกน้ำมันไปจีน

ปธน.ทรัมป์และนายกฯ เนทันยาฮู เห็นพ้องเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน มุ่งลดการส่งออกน้ำมันไปยังจีน ซึ่งจะกระทบรายได้หลักของอิหร่าน ขณะที่ KS มองว่าแนวโน้มราคาน้ำมันที่ลดลงมีผลบวกต่อกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน และเพิ่มโอกาสให้ GRM ขยายตัว


สำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) อ้างอิงรายงานจาก Axios ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เห็นพ้องกันในการประชุมที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่า สหรัฐฯ จะเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน โดยมุ่งลดการส่งออกน้ำมันไปยังจีน ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่รับซื้อน้ำมันอิหร่านมากกว่า 80% ของการส่งออกทั้งหมด

ตามรายงานจาก Axios เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะใช้มาตรการกดดันอิหร่านอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการขายน้ำมันไปยังจีน

ในขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศจีนได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่า ความร่วมมือในกรอบกฎหมายระหว่างประเทศถือเป็นสิทธิที่ชอบด้วยกฎหมาย และควรได้รับการเคารพ

สำหรับการลดการส่งออกน้ำมันของอิหร่านไปยังจีนจะกระทบรายได้จากน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งมีสัดส่วนการค้ากับจีนถึง 80%

ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา นักการทูตสหรัฐฯ และอิหร่านได้เจรจากันผ่านตัวกลางจากโอมานในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ เพื่อฟื้นฟูการทูต หลังจากสหรัฐฯ ส่งเรือรบมายังภูมิภาคและเตรียมความพร้อมของกองทัพอเมริกัน

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KS) มองว่า ข้อตกลงระหว่างทรัมป์และเนทันยาฮูมีผลกระทบเชิงบวกต่อกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน โดยจะได้ประโยชน์จากการปรับตัวของ supply และราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งส่งผลให้ GRM (Gross Refining Margin) หรืออัตรากำไรขั้นต้นจากการกลั่นน้ำมันของกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การลดการส่งออกน้ำมันของอิหร่านยังอาจทำให้ตลาดน้ำมันโดยรวมมีความตึงตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาน้ำมันในระดับโลก

Back to top button