
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 614 จุด รับ Microsoft พุ่งแรง ดันหุ้นชิปรีบาวด์
ดัชนีดาวโจนส์รีบาวด์ปิดบวก 614 จุด รับแรงหนุนจาก Microsoft ทะยานกว่า 15% หลังคาดการณ์รายได้แข็งแกร่ง คลายกังวลการลงทุน AI ดันหุ้นชิปปรับขึ้นแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.69) โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มชิปและหุ้นเทคโนโลยี หลัง Microsoft พุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบ 18 ปี จากการเปิดเผยคาดการณ์ยอดขายรายไตรมาสและการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 52,208.06 จุด เพิ่มขึ้น 613.92 จุด หรือ +1.19% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,437.63 จุด เพิ่มขึ้น 121.48 จุด หรือ +1.66% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 25,122.18 จุด เพิ่มขึ้น 679.24 จุด หรือ +2.78%
หุ้น Microsoft พุ่งขึ้นกว่า 15% ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเพิ่มขึ้นราว 450,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นของมูลค่าตลาดภายในวันเดียวมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังบริษัทคาดการณ์ยอดขายรายไตรมาสและการเติบโตของธุรกิจคลาวด์สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมทั้งรายงานรายจ่ายฝ่ายทุน (Capital Expenditure) ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมิน และระบุว่าบริษัทคาดว่าจะยังสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2570
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ หลังรายงานกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ที่อ่อนแอของ Alphabet และ Tesla เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระตุ้นแรงขายในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI และหุ้นกลุ่มชิป เนื่องจากนักลงทุนตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการลงทุนและระดับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง
ขณะเดียวกัน ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ PHLX (SOX) พุ่งขึ้น 8.2% โดยหุ้น Micron Technology เพิ่มขึ้น 18% หุ้น Sandisk พุ่งขึ้น 26% และหุ้น Advanced Micro Devices (AMD) เพิ่มขึ้น 13%
ด้านหุ้น Meta Platforms ปรับตัวลง หลังบริษัทเปิดเผยว่ากระแสเงินสดอิสระในไตรมาส 2 ลดลง 91% สะท้อนผลกระทบจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่มีต้นทุนสูง
ส่วนหุ้น Amazon ยังคงให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดในปีนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้าน AI จำนวนมาก
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด พบว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 1.5% ในไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.1% ขณะที่ข้อมูลอีกฉบับระบุว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมิถุนายนชะลอตัวลง
แม้ตลาดหุ้นฟื้นตัวแข็งแกร่ง แต่ตลาดพันธบัตรยังคงอยู่ในภาวะตึงตัว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี แตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี ขณะที่ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักประมาณ 59% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ลดลงจาก 82% เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน