“ดาวโจนส์” ปิดบวก 70 จุด S&P 500 ทำนิวไฮ หลัง PPI ต่ำคาด ลดกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 69.72 จุด ขณะที่ S&P 500 ทำสถิติสูงสุดใหม่ และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.81% หลังเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด หนุนตลาดลดความกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.69) ปรับตัวขึ้นทั้ง 3 ดัชนี โดย S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ ได้แรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยี ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ช่วยหนุนความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 53,839.99 จุด เพิ่มขึ้น 69.72 จุด หรือ +0.13% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,798.99 จุด เพิ่มขึ้น 50.49 จุด หรือ +0.65% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,803.03 จุด เพิ่มขึ้น 214.54 จุด หรือ +0.81% โดย S&P 500 ปิดสูงกว่าสถิติเดิมที่ทำไว้เมื่อวันศุกร์ก่อนหน้า

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกรกฎาคม โดยดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 4.9% และชะลอลงจากระดับ 5.5% ในเดือนมิถุนายน

ขณะที่เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ ทรงตัวในเดือนกรกฎาคม หลังราคาสินค้าปรับลดลง ขณะที่ต้นทุนภาคบริการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วนจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นในระดับปานกลางในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนว่าตลาดแรงงานยังมีเสถียรภาพ

นักลงทุนให้น้ำหนัก 63% ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า ตามข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch Tool ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปิดลดลงประมาณ 2% มาอยู่ที่ 87.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำหรับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี Sandisk พุ่งขึ้น 13.7% และ Micron Technology เพิ่มขึ้น 4.2% ขณะที่ Microsoft เพิ่มขึ้นเกือบ 1% และ Meta Platforms เพิ่มขึ้น 2.8% แนวโน้มธุรกิจที่แข็งแกร่งในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จากบริษัทต่าง ๆ รวมถึง Microsoft และ Amazon ช่วยลดความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการใช้จ่ายจำนวนมากในศูนย์ข้อมูล AI

ด้านหุ้น CoreWeave ลดลง 1.3% หลังจากวันก่อนหน้าพุ่งขึ้น 19% ภายหลังบริษัทปรับเพิ่มประมาณการการใช้จ่ายด้านทุนทั้งปี ขณะที่ Cisco Systems ร่วงลง 8.4% แม้บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายจะให้แนวโน้มรายได้ในเชิงบวก แต่ยังไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังที่อยู่ในระดับสูงของนักลงทุนได้

ในภาพรวม 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนี S&P 500 มี 7 กลุ่มปรับตัวสูงขึ้น นำโดยกลุ่มบริการสื่อสาร เพิ่มขึ้น 1.56% ตามด้วยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้น 1.34% ขณะที่ S&P 500 ปรับขึ้นประมาณ 14% นับตั้งแต่ต้นปี 2569 และ Nasdaq เพิ่มขึ้นประมาณ 15%

ด้านสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ อิหร่านและสหรัฐฯ ยังคงมีความเห็นขัดแย้งกันเกี่ยวกับความพยายามที่จะบรรลุข้อตกลงยุติสงครามอิหร่านอย่างถาวร ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่าน ขณะที่การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญ ยังคงถูกจำกัดอย่างหนัก

สำหรับหุ้นรายตัวอื่น Netflix เพิ่มขึ้น 5.4% หลัง Bill Ackman เปิดเผยการเข้าถือหุ้นในบริษัทสตรีมมิงแห่งนี้ในฐานะส่วนหนึ่งของการปรับพอร์ตครั้งใหญ่ของ Pershing Square ขณะที่ Tapestry ร่วงมากกว่า 16% หลังบริษัทเจ้าของแบรนด์ Coach คาดการณ์การเติบโตของรายได้ทั้งปีในระดับจำกัด

ส่วน Dell Technologies เพิ่มขึ้น 2.1% และ HP เพิ่มขึ้น 6.9% หลัง Lenovo ของจีนรายงานผลประกอบการรายไตรมาสดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์

Back to top button