SET ฟื้นตัวต่อเนื่อง เลือกเก็บ 17 หุ้นเทรนด์ดี

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดเริ่มคลายความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ การลงทุนยังแนะนำให้สะสมหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสแรกของปีออกมาดีเป็นหลัก


ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ รายงาน เช้านี้ ณ เวลา 9.25 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 34.94 บาทต่อเหรียญ ด้านตลาดหุ้นเอเชียบวกเพียงเล็กน้อย  ขณะที่การซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซาเนื่องจากได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดลบเมื่อคืน ขณะที่หุ้นกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่นได้รับผลกระทบจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดเริ่มคลายความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ การลงทุนยังแนะนำให้สะสมหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสแรกของปีออกมาดีเป็นหลัก หุ้นเด่นเลือก BBL-KBANK-SCB-KTB-HANA-TACC-KKP-BIG-BR-TASCO-EA-TU-PTTGC-SCI-BLA-KCAR และ PL

 

บล.แอพเพิล เวลธ์ ระบุในบทวิเคราะห์ (17 มี.ค.) ว่า วานนี้ตลาดหุ้นเริ่มฟื้นตัวหลังจากคลายความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐ ส่งผลให้แรงซื้อกลับเข้าในหุ้นกลุ่มสถาบันการเงิน , พลังงาน & ปิโตรเคมี และสื่อสาร ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติเริ่มปิดสถานะ Short ใน Index Futures ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารยังรอการขึ้น XD ในช่วงเดือน เม.ย. นี้ยังเป็นปัจจัยหนุนดัชนี กลยุทธ์การลงทุน ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าอยู่ที่ 34.95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนเงินทุนเคลื่อนย้ายต่างชาติไม่มีสัญญาณไหลออก ซึ่งยังส่งผลบวกต่อการลงทุนในตลาดเงินตลาดทุน คาดดัชนี SET ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวโดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1,570 – 1,575 แนวรับ 1,550 แนะนำซื้อ BBL KBANK SCB KTB

 

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (17 มี.ค.) ว่า SET ฟื้นตัวแกร่งกว่าคาดเมื่อวานนี้ กำลังทดสอบแนวต้านอิงเส้นค่าเฉลี่ย 1 เดือนที่ 1,558 จุด เนื่องจาก Fed ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปีนี้อีก 2 ครั้ง เท่ากับที่ส่งสัญญาณตั้งแต่ปีก่อน ทำให้ความกังวลว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ลดลง, ค่าเงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่า, และ Bond yield ลดลง อย่างไรก็ตาม มองว่าแค่ Relief Rally ไปที่ 1,580 – 1,595 จุด แต่ไม่ได้เปลี่ยนมุมมองต่อ Valuation ของ SET ที่สูง รวมไปถึง earnings yield gap สำหรับการลงทุนหุ้นที่ไม่น่าสนใจในระยะ 3 – 6 เดือนข้างหน้า

แนะนำ 1) “ซื้อ” ธนาคารขนาดใหญ่ ผลดีดอกเบี้ยขาขึ้น อย่าง KBANK TMB และ KTB ขณะที่ยังชอบ KKP ต่อจาก Dividend yield ในอีก 3 เดือนข้างหน้าที่ 5.6% และปีนี้ทั้งปีที่ 8.5% และ 2) “ซื้อ” Catch-up plays ที่แนวโน้มธุรกิจเติบโต, valuation ไม่สูง, กำไรขยายตัว แต่ราคาหุ้นกลับ underperform ก่อนหน้านี้ อย่าง ESSO (PE ต่ำสุดในโรงกลั่น) และ SUSCO (PE 13 เท่า ต่ำกว่า PTG ที่ 27 เท่า)

 

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ (17 มี.ค.) มีมุมมองเป็นบวก แนะนำกลยุทธ์ “let profits run” คงเป้า SET ปีนี้ที่ 1,650 จุด ถึงแม้ว่าในระยะ 1 – 2 เดือนข้างหน้าตลาดอาจผันผวนเนื่องจาก นักลงทุนมองว่า valuation ของ SET อยู่ในระดับสูงที่ 13 – 14 เท่า รวมถึงกังวลปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ภาคการบริโภคที่ยังไม่มีฟื้นตัว

การเลือกตั้งของประเทศฝรั่งเศส และการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่อาจเร็วกว่าคาด อย่างไรก็ตาม คาดว่าการบริโภคภายในประเทศจะค่อยๆ ฟื้นตัวจากการลงทุนภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงการปลดหนี้รถยนต์คันแรกที่จะเพิ่มกำลังซื้อในครึ่งปีหลัง และคาดว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกสองครั้งในรอบการประชุมเดือนกันยายน และธันวาคม ยังมองว่ากลยุทธ์การลงทุนแบบ Selective Buy จะทำให้ผลตอบแทนชนะตลาดได้ในระยะยาว

ยังแนะนำให้สะสมหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการดีในไตรมาส 1 และหุ้นที่มีลักษณะเฉพาะ อาทิ 1) กลุ่มที่มีแนวโน้มผลประกอบการดีในไตรมาส 1 (HANA, TACC, KKP, BIG, BR, TASCO), 2) กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในสหรัฐฯ (HANA, TU), 3) กลุ่มปิโตรฯจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน (PTTGC),  4) กลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ (SCI, BLA), และ 5) หุ้นที่มีปัจจัยบวกจากกระแส IPO กลุ่ม operating lease (KCAR, PL)

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ : Selective Buy หุ้นเก็งกำไรระยะสั้น : HANA (ซื้อ/เป้า 54.00 บาท) คาดกำไรปีนี้เติบโตแข็งแกร่ง จากอุปสงค์เซมิคอนดัคเตอร์ทั่วโลกที่ฟื้นตัวพร้อมกับเศรษฐกิจในสหรัฐฯ, EA (ถือ/เป้า 28.00 บาท) คลายความกังวลเรื่องที่ดิน สปก.

Back to top button