SET ผันผวนต่อ เฟดกังวลศก.โลกชะลอตัวเก็บ 21 หุ้น ราคาถูก-ปันผลสูง-เทคนิคขาขึ้น


ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์รายงาน เช้านี้ ณ เวลา 9.25 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 35.83 บาทต่อเหรียญ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้แสดงความกังวลว่า ความผันผวนในตลาดการเงินอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดหุ้นเอเชียยังได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการที่อ่อนแอเกินคาดของบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ 

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัว แต่ยังไม่พ้นช่วงผันผวนหลังเฟดมีมุมมองต่อเศรษฐกิจโลกในเชิงลบ ขณะที่ราคาน้ำมันขยับขึ้นเล็กน้อย การลงทุนยังเน้นหุ้นที่ราคาถูก และมีผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง และเก็งกำไรสั้นในหุ้นเทคนิคขาขึ้น

หุ้นเด่นเลือก PTT-SCB-KTB-PS-SIRI-INTUCH-SMPC-SCC-COM7-SYNTEC-CK-ITD-SAWAD-GUNKUL-EA-AOT-EPG-SVI-VIBHA-CI และ TPIPL

 

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (28 ม.ค.)ว่า Fed คงดอกเบี้ยที่ 0.50% ตามคาด กังวลเศรษฐกิจโลกมากขึ้นกดดัน Dow Jones ปรับลดลง -1.38% แต่ถ้าดูจาก Implied Fed Fund Futures จะเห็นโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มี.ค.ต่ำเพียง 19% และโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในไตรมาส 2/59 แค่ 36% เท่านั้น ขณะที่ 1) ราคาน้ำมัน Rebound ต่อ 4% 2) SET มีโอกาสปรับสูงขึ้นในเดือน ก.พ.-เม.ย.ถึง 80% อิงค่าเฉลี่ยในอดีต 10 ปีที่ผ่านมา 3) BOJ และ ECB มีแนวโน้มออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม

แนะนำ“Selective” กลุ่มหุ้น Valuation ถูก ใกล้เคียงวิกฤติปี 2008 และกลุ่มหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง

1) Valuation ถูก ใกล้วิกฤติ 2008: PTT (PBV 0.9 เท่า) SCB (“ซื้อ” เข้า Tactical Portfolio วันนี้) 

2) High Dividend Yield: KTB (คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น ปันผล 5%), PS (ปรับ Dividend Policy ปันผล 6.8%), SIRI, และ INTUCH

 

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (28 ม.ค.) คาด SET วันพฤหัสฯ ขึ้นต่อแต่คงไม่แรง (วานนี้ฟื้นตามคาด) แม้หุ้นสหรัฐฯ ลงแรงเมื่อคืนหลังผลประชุมเฟดคงดอกเบี้ยที่ 0.25-0.50% พร้อมชี้ว่ากังวลมากขึ้นต่อเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของตลาดการเงิน แต่ผลต่อตลาดหุ้นเอเชียน่าจะเป็นกลาง/บวกเล็กน้อย เพราะหากเฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ยอาจส่งผลให้ทุนต่างชาติกลับเข้าเก็งกำไรสินทรัพย์ในเอเชียอีกครั้ง หลังประชุมเฟด CME-based probability ของการขึ้นดอกเบี้ยใน มี.ค. ลดเหลือ 25% (เดิม 31%)

นอกจากนี้หุ้นน้ำมันน่าฟื้นตัวหลังแรงเก็งกำไรต่อความเป็นไปได้ที่กลุ่ม OPEC และ non-OPEC จะร่วมมือกันบริหารอุปทานน้ำมัน หนุนราคาน้ำมันขึ้นแรงเมื่อคืนนี้ แนะถือหุ้น/เก็งกำไรต่อ คงมุมมอง SET แกว่งขึ้นเหนือ 1,300 ได้ในไตรมาส 1/59

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน เก็งกำไร SMPC, SCC

 

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (28 ม.ค.) ว่า ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มผันผวนกรอบแคบด้วยปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นได้บ้างชั่วคราว แต่ปัจจัยกดดันคือ ข้อความจากเฟดที่ยังคงกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนและโลกจนส่งผลให้ดาวน์โจนส์ปิดเป็นลบไป ช่วงนี้แนะนำเล่นสั้น ทยอยขายทำกำไรบ้างหากดัชนีเข้าใกล้ 1,300 จุด เพื่อรอรับใหม่เมื่อดัชนีย่อลง

กลยุทธ์: เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และแบงก์ ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มพลังงานและสื่อสารไปก่อน

แนวรับ/แนวต้าน: 1,260/1,300 สัดส่วนการลงทุน: เงินสด 40%, พอร์ตหุ้น 60%

นักลงทุนระยะสั้น: KTB (19), COM7 (7) นักลงทุนระยะยาว: SYNTEC (3.80), CK (34)

 

บล.แอพเพิล เวลธ์ ระบุในบทวิเคราะห์ (28 ม.ค.) ประเมินหากราคาน้ำมันสามารถยืนเหนือระดับ 30 USD./บาร์เรล ขณะที่แรงกดดันการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐที่ลดลง ประกอบเริ่มเข้าสู่ช่วงรายงานผลประกอบการกลุ่ม Real Sector และการจ่ายปันผล น่าจะส่งผลบวกต่อดัชนี SET ยังอยู่ในภาวะฟื้นตัว โดยมีแนวต้านที่ระดับ 1,290-1,310 จุด แนะนำทยอยซื้อโดยมี Filter แนวรับที่ระดับ 1,260 จุด ระยะสั้นแนะนำซื้อ ITD, TPIPL, SYNTEC (+ สัญญาณทางเทคนิค)

 

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ (28 ม.ค.) มีมุมมองเป็นกลางต่อตลาดวันนี้ คาด SET น่าจะผันผวนอยู่ในกรอบแคบ แต่อาจมีแรงกดดันเล็กน้อยหลังเฟดไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงินตามที่ตลาดต้องการและเฟดยังกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงภาวะความผันผวนในตลาดเงินและตลาดทุนโลก อย่างไรก็ตามตลาดเชื่อว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 15-16 มี.ค. ซึ่งตรงข้ามกับ ECB ที่อาจใช้มาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่ม

ขณะที่เชื่อว่าขณะนี้ตลาดกำลังรอผลประชุม BOJ ในวันที่ 29 ม.ค ที่คาดว่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม ส่วนปัจจัยในประเทศยังไม่มีอะไรใหม่นอกจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐที่ยังมีออกมาต่อเนื่องที่จะคอยพยุงเศรษฐกิจไทยให้ผ่านช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว

กลยุทธ์วันนี้: Seclective BUY/ลงซื้อ ขึ้นขาย/ยังเน้นเล่นรอบสั้น

หุ้นเก็งกำไรระยะสั้น: กลุ่มธนาคาร (SCB (ซื้อ/เป้า 150)) (สินเชื่อเพิ่มจากการปล่อยกู้ให้ค่ายมือถือ 4G)

ธุรกิจที่มีแนวโน้มดี: ธุรกิจท่องเที่ยว ก่อสร้าง โรงพยาบาล สินเชื่อรายย่อย ส่งออก และพลังงานทดแทน

หุ้นที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตดีในปี 2016: SAWAD GUNKUL EA AOT EPG SVI VIBHA และ CI

Back to top button