
ดีเดย์ 15 ม.ค. 69 เปิด “SMEs Credit Boost” คลัง–ธปท.–แบงก์พาณิชย์ ผนึกค้ำสินเชื่อใหม่
คลัง–ธปท. ผนึกแบงก์พาณิชย์ เดินหน้าโครงการ “SMEs Credit Boost” ใช้กลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ เริ่ม 15 ม.ค. 69 หวังกระตุ้นการปล่อยกู้เอสเอ็มอี หลังสินเชื่อธุรกิจติดลบ 13 ไตรมาสติดต่อกัน โดยโครงการคาดว่าจะช่วยหนุนสินเชื่อใหม่ราว 1 แสนล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ธ.ค.68) กระทรวงการคลัง ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เดินหน้า “โครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ : SMEs Credit Boost” มีกำหนดเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2569 เพื่อกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อใหม่แก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี (SMEs) หลังสินเชื่อธุรกิจหดตัวต่อเนื่อง และติดลบติดต่อกันถึง 13 ไตรมาส
ทั้งนี้ สินเชื่อธุรกิจที่ชะลอตัวเป็นผลจากทั้งความต้องการสินเชื่อที่ลดลง และความระมัดระวังของธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อ จากต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิต (credit cost) ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การขยายตัวของสินเชื่อไม่สอดคล้องกับความจำเป็นในการประคับประคองเศรษฐกิจในช่วงที่การเติบโตอยู่ในระดับต่ำ
โครงการ SMEs Credit Boost เป็นกลไกค้ำประกันความเสี่ยงสำหรับ “สินเชื่อใหม่” ที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยให้แก่ธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย ครอบคลุม 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
- เอสเอ็มอีในภาคธุรกิจภายใต้โครงการ Reinvent Thailand เช่น การท่องเที่ยว การแพทย์และสุขภาพ เกษตรและเกษตรแปรรูป ยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และการค้า รวมถึงธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) และภาคโลจิสติกส์
- เอสเอ็มอีและธุรกิจรายใหญ่ที่มีแผนนำสินเชื่อไปใช้ยกระดับศักยภาพธุรกิจ หรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น ด้านดิจิทัลเทคโนโลยี การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมแห่งอนาคต หรือการสร้างมูลค่าเพิ่ม (value added) ให้แก่เศรษฐกิจไทย
แหล่งเงินทุนของโครงการจะมาจากการปรับลดเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุน FIDF) ปี 2569 ของธนาคารพาณิชย์ ประมาณ 20,000 ล้านบาท เพื่อนำมาจัดตั้งเป็นกลไกค้ำประกันสินเชื่อ ซึ่งคาดว่า จะช่วยให้มีการปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นราว 100,000 ล้านบาท ภายในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า
โครงการดังกล่าวออกแบบ ภายใต้แนวคิด “ตรงจุด มี impact กระจาย คล่องตัว” โดยกำหนดวงเงินชดเชยความเสี่ยงสูงสุดในช่วง 15–30% ของยอดสินเชื่อใหม่ ขึ้นอยู่กับขนาดของผู้ประกอบการ ครอบคลุมช่วง 2 ปีนับจากวันเริ่มโครงการ และมีระยะเวลาค้ำประกันสูงสุด 7 ปี ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ประมาณ 5 เท่าของวงเงินชดเชย
ขณะเดียวกัน ได้กำหนดวงเงินสินเชื่อรวมทุกธนาคารพาณิชย์ต่อรายไม่เกิน 100 ล้านบาท สำหรับเอสเอ็มอี และไม่เกิน 150 ล้านบาท สำหรับธุรกิจรายใหญ่ เพื่อให้ความช่วยเหลือกระจายไปยังผู้ประกอบการหลายราย และช่วยให้ธนาคารพาณิชย์สามารถบริหารจัดการสินเชื่อได้อย่างคล่องตัว จากการทราบโควตาวงเงินชดเชยที่ได้รับจัดสรรตั้งแต่วันปล่อยสินเชื่อ โดยไม่ต้องรองบประมาณจากภาครัฐเพิ่มเติม
นอกจากนี้ โครงการ SMEs Credit Boost ยังทำหน้าที่เสริมการดำเนินงานของโครงการค้ำประกันสินเชื่อโดย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และสนับสนุนการยกระดับศักยภาพทางธุรกิจ อันจะส่งผลบวกต่อการจ้างงาน การสร้างรายได้ และการลงทุนในระบบเศรษฐกิจในระยะต่อไป

