ครม.ไฟเขียว 3 มาตรการข้าว ยืดเวลาชดเชยดอกเบี้ยผู้ค้าถึง 30 เม.ย. 69

ครม. อนุมัติ 3 มาตรการข้าว ชดเชยดอกเบี้ยผู้ค้าข้าว ต่ออีก 6 เดือน ถึง 30 เม.ย. 69 ขณะที่โครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปี วงเงิน 1,680 ล้านบาท ให้เสนอ ครม. ชุดใหม่พิจารณา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 ม.ค. 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติและเห็นชอบ ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมาตรการด้านข้าว ดังนี้

1. อนุมัติปรับลดวงเงินสินเชื่อต่อตันสำหรับข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกปทุมธานี และข้าวเปลือกเหนียว ภายใต้โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อเท่ากับร้อยละ 90 ของราคาเฉลี่ย ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568

2. เห็นชอบขยายระยะเวลาโครงการชดเชยดอกเบี้ย ให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก ปีการผลิต 2566/67 ออกไปอีก 6เดือน จากเดิมสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 ตุลาคม 2568 เป็นสิ้นสุดโครงการวันที่ 30 เมษายน 2569

3. รับทราบแนวทางการสนับสนุนการปลูกข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มมูลค่า (ข้าวประณีต) เป้าหมายเกษตรกร 200 กลุ่ม วงเงินจ่ายขาด 120 ล้านบาท โดยให้เบิกจ่ายจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในโอกาสแรกก่อน หากไม่เพียงพอ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอขอรับการจัดสรรจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

4. โครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 เป้าหมาย 3 ล้านตัน วงเงินจ่ายขาด 1,680 ล้านบาท ให้กระทรวงพาณิชย์ นำเสนอ ครม. ชุดใหม่พิจารณา ตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับลดวงเงินสินเชื่อตามโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวฯ ปีการผลิต 2568/69 ส่งผลให้วงเงินสินเชื่อปรับลดจากเดิม 36,232.50 ล้านบาท เหลือ 35,011.50 ล้านบาท ลดลง 1,221 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาดปรับลดจากเดิม 9,164.23 ล้านบาท เหลือ 9,013.24 ล้านบาท ลดลง 150.99 ล้านบาท สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกในปัจจุบันที่มีแนวโน้มต่ำกว่าราคาที่กำหนดไว้ในโครงการ

ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ขัดข้องต่อมาตรการดังกล่าว โดยมีข้อเสนอแนะให้ภาครัฐเร่งจัดสรรงบประมาณ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสภาพคล่องของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามระเบียบ และประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาแล้วเห็นว่า การปรับลดวงเงินสินเชื่อ การขยายระยะเวลาโครงการชดเชยดอกเบี้ย และการรับทราบแนวทางสนับสนุนการปลูกข้าวคุณภาพสูง มิได้เป็นการดำเนินการที่ก่อให้เกิดความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงสามารถพิจารณาและรับทราบได้โดยคณะรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม โครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 เป็นการดำเนินการที่มีผลเป็นการอนุมัติโครงการและก่อให้เกิดความผูกพันต่อครม. ชุดต่อไป จึงเห็นควรเสนอให้ครม. ชุดใหม่เป็นผู้พิจารณา

Back to top button