FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นแตะ 165.37 รับอานิสงส์ “Sell America” ดัน SET ทะลุ 1,300 จุด

ผลสำรวจ FETCO ชี้นักลงทุนคาดหวังทิศทางตลาดหุ้นไทยดีขึ้นใน 3 เดือนข้างหน้า หลังเงินทุนต่างชาติไหลกลับ แม้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังกดดัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 ก.พ. 2569) นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยผลสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ประจำเดือนมกราคม 2569 ซึ่งสำรวจระหว่างวันที่ 21–31 มกราคม 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ ร้อนแรงอย่างมากที่ระดับ 165.37 สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดทุนไทยในระยะสั้น

ทั้งนี้ นักลงทุนมองว่า การไหลเข้าของเงินทุน เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือ สถานการณ์การเมืองในประเทศ และ นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ขณะที่ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองในประเทศ และสถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน ตามลำดับ

สำหรับผลสำรวจโดยสรุป พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เมษายน 2569) อยู่ในช่วง 160–200 ซึ่งจัดอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” โดยความเชื่อมั่นของ นักลงทุนบุคคล กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบัน อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ขณะที่ นักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”

ในเชิงกลุ่มอุตสาหกรรม นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุดใน หมวดธนาคาร (BANK) ขณะที่หมวดที่ได้รับความสนใจน้อยที่สุดคือ กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (PROP) โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุดยังคงเป็นการไหลเข้าของเงินทุน ส่วนปัจจัยฉุดหลักคือความขัดแย้งระหว่างประเทศ

ผลสำรวจรายกลุ่มนักลงทุน ณ เดือนมกราคม 2569 ระบุว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนบุคคลปรับเพิ่มขึ้น 26.3% มาอยู่ที่ระดับ 129.66 ขณะที่กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 7.1% อยู่ที่ระดับ 150.00 ส่วนความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับลดลง 8.3% มาอยู่ที่ระดับ 122.20 ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศทรงตัวในระดับ 200.00

ด้านภาพรวมตลาดทุน ช่วงครึ่งแรกของเดือนมกราคม 2569 ดัชนี SET เคลื่อนไหวในกรอบจำกัดที่ระดับ 1,230–1,285 จุด ก่อนปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 1,300 จุด ในช่วงครึ่งหลังของเดือน จากแรงหนุนกระแส “Sell America” ที่นักลงทุนทั่วโลกเทขายสินทรัพย์สหรัฐฯ ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับยุโรปในประเด็นกรีนแลนด์ ประกอบกับราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าเงินบาทแข็งค่า ส่งผลให้เงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย

โดยในเดือนมกราคม 2569 นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 4,345 ล้านบาท ส่งผลให้ดัชนี SET ณ สิ้นเดือน ปิดที่ 1,325.62 จุด เพิ่มขึ้น 5.24% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 46,496 ล้านบาท

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะถัดไป ได้แก่ ความเสี่ยงจาก สงครามการค้าและกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนไทย โดยเฉพาะกลุ่มส่งออกและนำเข้า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของประเทศเศรษฐกิจหลักที่มีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังต้องจับตาความชัดเจนทางการเมือง ทั้งผลการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และการทำประชามติรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 อาจขยายตัวเพียง 1.5–1.8% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี รวมถึงการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป

Back to top button