
อาณาจักร “กัลฟ์” ผงาด! Q1 โกยกำไรทะลุ 2.3 หมื่นลบ. GULF-ADVANC-THCOM กอดคอโตแกร่ง
กลุ่มกัลฟ์โชว์แกร่งไตรมาส 1/69 กวาดกำไรรวมทะลุ 2.3 หมื่นล้านบาท ชู GULF โตเด่นจากธุรกิจพลังงาน-ส่วนแบ่งกำไร AIS ขณะ ADVANC รับแรงหนุนลูกค้า 5G และเน็ตบ้าน ส่วน THCOM พลิกฟื้นชัด
“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้รายงานการรวบรวมผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2569 ของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม “กัลฟ์” ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM
ทั้งนี้ เมื่อรวมผลกำไรสุทธิของทั้งสามบริษัทในไตรมาสแรกของปี 2569 พบว่ามีกำไรสุทธิรวมกันทั้งสิ้น 23,199.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.12% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 16,097.57 ล้านบาท โดยรายละเอียดของผลการดำเนินงานของแต่ละบริษัทอยู่ในตารางประกอบ ดังนี้
GULF รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 9,116.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.99% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 5,394.71 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม (total revenue) อยู่ที่ 39,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จาก 32,344 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2568 และมีกำไรจากการดำเนินงาน (core profit) อยู่ที่ 9,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% จาก 6,506 ล้านบาท
โดยผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของกลุ่มบริษัทฯ มีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจพลังงาน ทั้งกลุ่มโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ในส่วนของธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากกลุ่ม GJP จำนวน 614 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2569 เติบโต 251% จาก 175 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2568 เนื่องจากโครงการ IPP ทั้ง 2 โครงการภายใต้กลุ่ม GJP ได้แก่ โรงไฟฟ้ากัลฟ์ อุทัย (GUT) และโรงไฟฟ้ากัลฟ์ หนองแซง (GNS) มีปริมาณการขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มขึ้น ตามความต้องการใช้ไฟฟ้ารวมของประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ GNS มี load factor เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 4% ในไตรมาส 1/2568 เป็น 32% ในไตรมาสนี้
บริษัทฯรับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จาก AIS จำนวน 4,461 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จาก 3,314 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2568 โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของ AIS จากการเพิ่มขึ้นของ ARPU ทั้งจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือและธุรกิจ Fixed Broadband ประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงจากต้นทุนโครงข่ายและคลื่นความถี่ที่ลดลง ทั้งนี้ เนื่องจากการควบรวมธุรกิจระหว่าง GULF และ INTUCH แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 บริษัทฯ จึงได้เปรียบเทียบการรับรู้กำไรจาก AIS ในไตรมาส 1/2569 กับข้อมูลทางการเงินรวมเสมือนของไตรมาส 1/2568 บนสมมติฐานว่าบริษัทใหม่ถือหุ้นใน AIS ในสัดส่วนร้อยละ 40.44 ตั้งแต่ต้นปี 2568
ADVANC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 13,495.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.51% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 10,583.53 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการขยายตัวของฐานลูกค้าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 5G ซึ่งยังคงเติบโตต่อเนื่องตามความต้องการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านยังคงเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญ หลังจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้จากบริการบรอดแบนด์เติบโตแข็งแกร่ง และช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวมของบริษัท
ทั้งนี้ มีผู้ใช้บริการรวมอยู่ที่ 46.9 ล้านหมายเลข เพิ่มขึ้น 170,200 เลขหมายจากไตรมาส 4/2568 จากการมุ่งเน้นฐานลูกค้าคุณภาพสูง การขยายฐานลูกค้าในกลุ่มซิมโซลูชั่น และการบริหารจัดการการยกเลิกใช้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ บนโครงข่าย 5G ที่ครอบคลุมมากกว่า 95% ของประชากรไทยทั่วประเทศ ด้านผู้ใช้งาน 5G เพิ่มขึ้นเป็น 18.5 ล้านเลขหมาย เติบโตขึ้น 643,100 เลขหมายจากไตรมาส 4/2568 โดยรายได้ธุรกิจมือถือเติบโต 7.6% จากปีก่อน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคุณภาพในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
อย่างไรก็ดี มีจำนวนลูกค้าเน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE3 เติบโตขึ้น 63,400 ราย จากไตรมาส 4/2568 ทำให้มีผู้ใช้บริการรวมอยู่ที่ 5.3 ล้านราย สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพโครงข่ายและบริการดิจิทัลที่ยกระดับประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับทุกครัวเรือน
THCOM รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 587.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 392.50 จากปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 119.33 ล้านบาท โดยบริษัทมีรายได้รวมจากการขายและการให้บริการ รายได้ค่าก่อสร้าง และรายได้อื่น รวมทั้งสิ้น 958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 218 ล้านบาท หรือ 29.50% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 ที่มีรายได้รวม 740 ล้านบาท
ปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานมาจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยรับจากการคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายล่าช้า และภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ได้รับคืนจากกรมสรรพากรอินเดีย ภายหลังคดีสิ้นสุดลง ซึ่งบริษัทบันทึกรายการดังกล่าวเป็นรายได้อื่นในงบกำไรขาดทุน ตามรายละเอียดในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
ทั้งนี้ รายได้อื่นในไตรมาส 1/2569 ของบริษัทมีจำนวนทั้งสิ้น 505 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 ที่มีรายได้อื่น 2 ล้านบาท และไตรมาส 1/2568 ที่มีรายได้อื่น 240 ล้านบาท


