สกพอ. ดีเดย์ 3 เม.ย. สั่งลุยสร้าง “สนามบินอู่ตะเภา” 2.9 แสนล. ย้ำเฟสแรกต้องรับ 12 ล้านคน
สกพอ. เตรียมออกหนังสือแจ้งเริ่มงาน (NTP) ให้ UTA เดินหน้าโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก วันที่ 3 เม.ย. 69 เริ่มนับระยะเวลาสัมปทาน 50 ปี มูลค่า 2.9 แสนล้านบาท พร้อมยืนยันคงแผนพัฒนาอาคารผู้โดยสารระยะแรก รองรับไม่น้อยกว่า 12 ล้านคนต่อปี ตามเงื่อนไขสัญญาเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดเผยว่า บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ได้ทำหนังสือยืนยันความพร้อม รายละเอียด และกรอบการดำเนินงาน โครงการพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ทั้งนี้ สกพอ. จะออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed: NTP) ในวันที่ 3 เมษายน 2569 ซึ่งถือเป็นวันเริ่มนับระยะเวลาโครงการ 50 ปี และจะสิ้นสุดสัมปทานในปี พ.ศ. 2619
โครงการพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มีมูลค่าการลงทุน 290,000 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 สกพอ. ได้ลงนามข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมลงทุนกับ UTA ในฐานะผู้รับสัมปทาน กรณีสละสิทธิ์เงื่อนไขบังคับก่อนตามสัญญาร่วมลงทุน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนก่อสร้างและการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา)
สำหรับกรอบระยะเวลาก่อสร้างกำหนดไว้ 5 ปี โดยคาดว่า จะเปิดให้บริการในปี 2574 จะดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับโครงการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับของท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อให้แล้วเสร็จในช่วงเวลาเดียวกัน ก่อนเข้าสู่กระบวนการทดสอบความปลอดภัย และขอรับใบรับรองมาตรฐานจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ก่อนเปิดให้บริการ
ในส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ซึ่งมีโครงสร้างทางวิ่งเป็นอุโมงค์ลอดใต้รันเวย์ และปัจจุบันยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างนั้น นายจุฬา ระบุว่า ไม่มีผลกระทบต่อการก่อสร้างรันเวย์และอาคารผู้โดยสารของสนามบินอู่ตะเภา เนื่องจากมีการปรับแก้ในเชิงวิศวกรรมร่วมกันแล้ว
สำหรับกรณีที่ UTA เสนอปรับแผนการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา โดยขอลดขนาดการพัฒนาขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารในระยะแรก จากเดิมรองรับ 12 ล้านคนต่อปี เป็นเริ่มต้นที่ 3 ล้านคนต่อปี ภายใต้เงื่อนไขว่าในช่วงแรกยังไม่มีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินนั้น นายจุฬา ยืนยันว่า ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับลดแผนการพัฒนาแต่อย่างใด
โดยยังคงเงื่อนไขการพัฒนา 6 ระยะ ได้แก่ ระยะแรกดำเนินงานหลักและก่อสร้างอาคารผู้โดยสารที่มีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารไม่น้อยกว่า 12 ล้านคนต่อปี และจะลงทุนในระยะที่ 2–6 เมื่อปริมาณผู้โดยสารถึงร้อยละ 80 ของขีดความสามารถในระยะปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายให้สนามบินอู่ตะเภาสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 60 ล้านคนต่อปีในปีสุดท้ายของโครงการ

