“พลังงาน” ชี้ยอดใช้น้ำมันเริ่มลด อัปเดตสำรอง 104 วัน เร่งคุมกระจาย-ตรวจสต๊อก

รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยยอดใช้ดีเซล-เบนซินเริ่มลดใกล้เคียงก่อนมีสงครามตะวันออกกลาง ย้ำมีน้ำมันสำรองรวม 104 วัน เร่งอำนวยขนส่ง 24 ชั่วโมง พร้อมคุมสต๊อก-ตรวจผู้ค้าฝ่าฝืนกฎหมาย


ผู้สี่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 มี.ค.69) นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยภายหลังประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า สถานการณ์น้ำมันสำรองในประเทศ ณ วันที่ 20 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 5,060 ล้านลิตร หรือ 41 วัน ยังมีน้ำมันระหว่างทางและน้ำมันที่จะนำเข้าที่ได้รับการยืนยันแล้วอยู่ที่ 7,396 ล้านลิตร หรือ 63 วัน ทำให้ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้ 104 วัน

การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรายวันในภาพรวม พบว่า ปริมาณการจำหน่ายกลุ่มเบนซินและดีเซล ในช่วง 1-2  สัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ในระดับสูงกว่าปกติมาก แต่ปัจจุบัน ณ ถึงวันที่ 18 มีนาคม 2569 ยอดจำหน่ายน้ำมันดีเซลเริ่มลดลงอยู่ที่ 54.79 ล้านลิตรต่อวัน และเบนซินลดลงมาอยู่ที่ 29.98 ล้านลิตรต่อวัน ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เฉลี่ยมียอดการใช้ดีเซลอยู่ที่ 70 ล้านลิตรต่อวัน เบนซินใช้ 34 ล้านลิตรต่อวัน

รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ระบุว่า เพื่อให้การกระจายน้ำมันเป็นไปอย่างรวดเร็ว กระทรวงพลังงานได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการออกข้อบังคับผ่อนผันให้รถบรรทุกน้ำมันสามารถเดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ พร้อมขอความร่วมมือกรุงเทพมหานครและกระทรวงคมนาคมอำนวยความสะดวกในการขนส่ง

ทั้งนี้ ยังได้ยกร่างประกาศให้ผู้ค้าน้ำมันต้องรายงานราคาและปริมาณคงเหลือหน้าคลังทุกวัน เพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นว่าจะไม่มีการขาดแคลนเชื้อเพลิงในระบบ

สำหรับกรณีการจับกุมบริษัทน้ำมันในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ซุกสต๊อกและขายเกินราคา เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 นายวุฒิทัต ระบุว่า จากการตรวจสอบพบมีการสต๊อกน้ำมันประมาณ 3.3 แสนลิตร โดยเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 หรือรายย่อย แต่ไม่ได้มีการออกใบกำกับการขนส่งหลายเที่ยว ซึ่งจะผิดตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง 2543 ทั้งนี้ จะมีการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม

ส่วนกรณีที่มีข่าวสถานีบริการน้ำมัน 4 แห่งในภาคใต้จะไม่มีน้ำมันจำหน่ายจนกว่าจะถึงต้นเดือนเมษายนนั้น ทางกรมธุรกิจพลังงาน ได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนแล้ว

Back to top button