
“ฟิลลิป” แนะซื้อ THANI เป้า 2.36 บาท รับอานิสงส์น้ำมันลง-ราคารถมือสองนิ่ง
บล.ฟิลลิป แนะนำ "ซื้อ" THANI ประเมินราคาพื้นฐาน 2.36 บาท ชี้รับอานิสงส์ราคาน้ำมันลดลง หนุนความต้องการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกฟื้นตัว ขณะที่ดัชนีราคารถมือสองทรงตัว ยอดรถยึดลดลงส่งผลดีต่อการตั้งสำรอง คาดกำไรปี 2569 เติบโตแข็งแกร่ง 13.5% แตะระดับ 1.3 พันล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PST เปิดเผยว่า ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้นบริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI ประเมินราคาพื้นฐานปีนี้ที่ 2.36 บาท หลังมองว่าราคาหุ้นยังมีส่วนต่างการลงทุนที่น่าสนใจ เมื่อเทียบกับแนวโน้มผลประกอบการที่มีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่อง
โดยปัจจัยบวกสำคัญของ THANI คือทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง หลังเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกต่อการทำข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนให้กับผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถบรรทุกที่เป็นฐานลูกค้าหลักของบริษัท ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการบางส่วนได้ชะลอการตัดสินใจลงทุนหรือขอสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุก เนื่องจากต้นทุนน้ำมันอยู่ในระดับสูงและกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร แต่หากราคาน้ำมันอ่อนตัวลงต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการกลับมาขยายกองรถและขอสินเชื่อใหม่มากขึ้น
นอกจากนี้ ดัชนีราคารถบรรทุกมือสองที่ยังทรงตัวถือเป็นอีกปัจจัยหนุนต่อภาพรวมการดำเนินงานของ THANI เนื่องจากสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกเป็นพอร์ตสินเชื่อหลักของบริษัท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 67% ของพอร์ตสินเชื่อรวมทั้งหมด โดยดัชนีราคารถบรรทุกมือสอง ณ สิ้นเดือนเมษายนยังทรงตัวบริเวณระดับ 60+ ซึ่งช่วยจำกัดความเสี่ยงจากผลขาดทุนในการขายรถยึดไม่ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากนัก ขณะเดียวกันจำนวนรถยึดที่บริษัทได้รับในแต่ละเดือนมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง สะท้อนว่าคุณภาพลูกหนี้เริ่มดีขึ้น และช่วยให้แรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายสำรองลดลงตามไปด้วย ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญต่อธุรกิจเช่าซื้อ เพราะผลขาดทุนจากรถยึดและค่าใช้จ่ายสำรองเป็นตัวแปรหลักที่กดดันกำไรในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้แม้รายได้ดอกเบี้ยของ THANI อาจยังได้รับผลกระทบจากพอร์ตสินเชื่อที่หดตัว รวมถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับลดลง แต่จะถูกชดเชยจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง โดยเฉพาะต้นทุนดอกเบี้ย ประกอบกับภาระการตั้งสำรองที่มีแนวโน้มลดลงจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ฟื้นตัวดีขึ้น
สำหรับประมาณการผลประกอบการปี 2569 คาดว่า THANI จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการตั้งสำรองที่ลดลง ต้นทุนทางการเงินที่ผ่อนคลาย และโอกาสการปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มรถบรรทุกที่เริ่มกลับมาดีขึ้นตามภาวะต้นทุนพลังงานที่ลดลง
