
“นายก” ตั้ง “ปกรณ์” นั่งประธานศึกษาโครงสร้างไฟฟ้า แก้ปม “ค่าพร้อมจ่าย”
นายกฯ “อนุทิน” แต่งตั้ง รองนายกฯ “ปกรณ์” นั่งประธานคณะกรรมการศึกษาโครงสร้างค่าไฟ แก้ปัญหาค่าความพร้อมจ่าย-ค่าพลังงานไฟฟ้า ย้ำไม่กระทบแรงจูงใจลงทุนระบบไฟฟ้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 พ.ค.69) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาราคาไฟฟ้าในเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะประเด็นต้นทุนจากสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ ทั้งค่าความพร้อมจ่าย หรือ Availability Payment (AP) และค่าพลังงานไฟฟ้า หรือ Energy Payment (EP) ที่ประชาชนและภาคเอกชนกังวลจากการปรับขึ้นของค่าไฟฟ้า
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เป็นประธาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นรองประธาน และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ได้แก่ กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย อัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) และผู้แทนภาคประชาชน
นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สอดคล้องกับธรรมเนียมการทำสัญญารับซื้อไฟฟ้าเอกชน ทั้งในส่วนค่าความพร้อมจ่ายและค่าพลังงานไฟฟ้า รวมถึงจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อให้การแก้ไขเป็นไปตามกฎหมาย เป็นธรรมแก่คู่สัญญาทุกฝ่าย และสอดคล้องกับภาระต้นทุนที่ประชาชนต้องรับผิดชอบ
รัฐบาลเข้าใจว่าค่าไฟฟ้าเป็นต้นทุนสำคัญของครัวเรือนและภาคธุรกิจ แต่การแก้ไขปัญหาจะต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่ใช้เพียงมาตรการเฉพาะหน้า เพราะระบบไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงพลังงาน การลงทุนระยะยาว และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ รัฐบาลจึงดำเนินการอย่างโปร่งใส ดึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมวิเคราะห์ปัญหาและหาทางออก เป้าหมายหลักคือทำให้ระบบพลังงานไทยมีความมั่นคง โปร่งใส แข่งขันได้ และประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด
“ในช่วงที่โลกเผชิญวิกฤตพลังงาน รัฐบาลไทยไม่ได้มองเพียงการประคองสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ใช้โอกาสนี้ทบทวนโครงสร้างค่าไฟให้เป็นธรรมขึ้น ประชาชนต้องได้รับการดูแล ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมายต้องอยู่ได้ มีแรงจูงใจลงทุนและพัฒนาระบบไฟฟ้าไทยต่อไป” นางสาวรัชดา กล่าว

