
เปิด 6 หุ้นรับเมกะเทรนด์ไฟฟ้า! โบรกชู GULF-BGRIM-WHAUP เด่น รับ Direct PPA-ดาต้าเซ็นเตอร์
จับตาหุ้นโรงไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรมรับอานิสงส์ดีมานด์ไฟฟ้าพุ่ง จาก Direct PPA, PDP ใหม่ และการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ หนุน WHAUP-GULF-BGRIM-GPSC-RATCH-AMATA เด่นระยะยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ากลับมาเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง หลังโครงสร้างความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ โดยเฉพาะ Data Center, AI Infrastructure, รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV, ระบบไฟฟ้าเพื่อภาคอุตสาหกรรม รวมถึงแนวโน้มการเปิดซื้อขายไฟฟ้ารูปแบบใหม่ผ่าน Direct PPA และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP ฉบับใหม่
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.69 ว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มโรงไฟฟ้า “Overweight” จากแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีแรงหนุนจาก Direct PPA, New PDP, Data Center, EV และ IPS
ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP มีโอกาสสูงที่จะเป็นบริษัทแรกที่ได้เซ็นสัญญา Direct PPA ขณะที่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM จะได้รับผลบวกจากการเป็นเจ้าของ Data Center และกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่
นอกจากนี้ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC และบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH รวมถึงโรงไฟฟ้าเก่าที่หมดอายุ ยังมีโอกาสกลับมาผลิตไฟฟ้าใหม่เพื่อขายให้ Data Center ภายใต้โครงการ Direct PPA ได้ ขณะที่ PDP ฉบับใหม่คาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ หรือ Public Hearing ในเดือนสิงหาคมนี้ ก่อนประกาศในไตรมาส 4/2569 และเปิดประมูลโรงไฟฟ้ารอบใหม่ในปีหน้า
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด หรือ KS ระบุไว้เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.69 ว่า ปัจจัยในประเทศยังมีแรงหนุนจากทิศทางนโยบายพลังงานและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะแผน PDP 2026 ซึ่งมีกรอบระยะยาวถึงปี 2050 และมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าสะอาดเป็น 60% เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานมีแนวทางเร่งส่งเสริมพลังงานสะอาดหลายรูปแบบ ทั้ง Solar Rooftop, พลังงานลม และชีวมวล ควบคู่กับการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าผ่านโครงการ Direct PPA เพื่อเปิดทางให้อุตสาหกรรมสามารถซื้อไฟฟ้าสะอาดได้โดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง เช่น Data Center และ AI Infrastructure
บล.กสิกรไทย ประเมินว่าทิศทางดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและนิคมอุตสาหกรรมในระยะยาว เนื่องจากความต้องการไฟฟ้าสะอาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการลงทุน Data Center และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยหุ้นที่มีโอกาสได้รับประโยชน์ ได้แก่ WHAUP, GULF, GPSC, BGRIM และ AMATA ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน พื้นที่รองรับการลงทุน และความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรม
สำหรับ WHAUP ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าบริษัทมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม Data Center ในประเทศไทย โดยประเมินว่ากำลังรองรับ Data Center ของไทยมีโอกาสเพิ่มขึ้นจาก 600 เมกะวัตต์ในปี 2568 สู่ระดับ 5 กิกะวัตต์ภายในปี 2573 ตามการลงทุนของผู้ประกอบการ Hyperscale และโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI
ขณะเดียวกัน คาดว่านิคมอุตสาหกรรมของกลุ่ม WHA จะสามารถรองรับ Data Center ได้ราว 38% ของทั้งประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนยอดขายน้ำอุตสาหกรรมของ WHAUP ให้เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงยังมีโอกาสสร้าง Upside เพิ่มเติมจากโครงการ Direct PPA ในอนาคต โดย KS ปรับเพิ่มคำแนะนำ WHAUP เป็น “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 7.55 บาท หลังปรับเพิ่มประมาณการกำไรระยะยาว สะท้อนความต้องการใช้น้ำอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง และคาดว่ากำไรจะเติบโตเฉลี่ย 15% ในช่วงปี 2569-2574
ขณะที่ GULF เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ถูกมองว่าได้ประโยชน์จากธีม Data Center โดยบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.69 ว่า ความต้องการใช้ Data Center ในไทยยังมีอีกมาก ตามเทรนด์การใช้ข้อมูลดิจิทัลในอนาคต โดยศูนย์ข้อมูลของบริษัทมีข้อได้เปรียบจากการใช้อุปกรณ์รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง รองรับการประมวลผล AI รวมถึงออกแบบอาคารให้รองรับอุปกรณ์ประมวลผลที่มีน้ำหนักมาก และใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ หรือ Water Cooled ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับลูกค้าในอนาคต
ทั้งนี้ ธุรกิจดิจิทัลในส่วน Data Center ของ GULF ปัจจุบันทยอยเปิดเฟสแรกขนาด 25 เมกะวัตต์แล้ว ส่วนเฟส 2 ขนาด 38 เมกะวัตต์มีลูกค้ารองรับพอสมควร และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2570 สะท้อนบทบาทของ GULF ในฐานะผู้เล่นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงธุรกิจไฟฟ้า ดิจิทัล และ Data Center เข้าด้วยกัน
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุไว้เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.69 ว่า BGRIM มี S-Curve ใหม่จากธุรกิจ Data Center ร่วมกับ Digital Edge โดยปัจจุบัน Hyperscaler ได้จองกำลังรองรับเต็ม 96 เมกะวัตต์แล้ว ขณะที่เฟสแรกขนาด 48 เมกะวัตต์มีความคืบหน้าการก่อสร้างราว 25% และคาดเริ่มรับรู้รายได้ช่วงปลายปี 2569 ส่วนเฟส 2 ตั้งเป้า COD ภายในปี 2570 และตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับ Data Center เป็น 300 เมกะวัตต์ภายในปี 2573
ขณะเดียวกัน บล.ดาโอ ระบุไว้ในบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.69 ว่า GPSC ยังมีโครงการ Data Center อยู่ระหว่างการทำ Due Diligence กับพันธมิตร โดยยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ และมองเป็น Upside ระยะยาว หากโครงการมีความชัดเจนมากขึ้น ขณะที่ในระยะยาวบริษัทมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center และภาคอุตสาหกรรมภายใต้แผน PDP ใหม่
สำหรับ RATCH บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า บริษัทมีโอกาสจากโครงการ Direct PPA ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าผ่านสายส่งกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. จำนวน 2 กิกะวัตต์ สำหรับ Data Center โดยคาดว่าจะได้รับการอนุมัติตามแผน PDP ใหม่ ขณะที่ RATCH อยู่ระหว่างศึกษาการใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงไฟฟ้าราชบุรี กำลังผลิต 2,100 เมกะวัตต์ ที่จะหมดอายุปีหน้า เพื่อรองรับผู้สนใจทำ Data Center ซึ่งมีหลายรายแสดงความสนใจ
ทั้งนี้ ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่ากลุ่มโรงไฟฟ้าไม่ได้มีแรงขับเคลื่อนจากต้นทุนพลังงานหรือค่าไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่กำลังเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่จากโครงสร้างความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการลงทุน Data Center, AI, EV และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยหนุนระยะกลางถึงยาวต่อหุ้นโรงไฟฟ้าที่มีความพร้อมด้านกำลังผลิต โครงสร้างพื้นฐาน และพื้นที่รองรับการลงทุนใหม่

