
คลังจ่อคลอด “ซอฟต์โลน” คู่ขนาน “ไทยช่วยไทยพลัส” เล็งหนุน SMEs ผนวกพลังฐานราก
สศค. กระทรวงการคลัง เผยมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” มุ่งช่วยฐานราก ก่อนเตรียมคลอดซอฟต์โลนสนับสนุน SMEs ให้เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ครอบคลุมผู้ประกอบการรายย่อยและรายกลางต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 มิ.ย.69) นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส สิทธิ (60/40)” มีเป้าหมายหลัก 2 มิติ คือ การบรรเทาปัญหาปากท้องจากภาวะข้าวของแพง เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังซื้อลดลง และการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นไปที่ร้านค้าขนาดเล็ก ควบคู่ไปกับการเพิ่มเงินช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางที่สุดไปพร้อมกัน
โดยโครงการไทยช่วยไทย พลัส ไม่ได้เป็นการให้สิทธิแบบหว่านแห มีกลุ่มเป้าหมายเป็นร้านค้ารายย่อย เช่น พ่อค้าแม่ค้าในตลาด และกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำ ย้ำเหตุผลที่ต้องพุ่งเป้าช่วยเหลือกลุ่มนี้ก่อน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เดือดร้อนที่สุดจากการแบกภาระต้นทุนสินค้าและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องพยุงให้สามารถอยู่รอดหรือผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้
ส่วนของร้านค้าจะสามารถลงทะเบียนเชื่อมต่อกับระบบฟู้ดเดลิเวอรี ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 และจะเริ่มเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิสั่งอาหารตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน ซึ่งคาดการณ์ว่าการอำนวยความสะดวกนี้จะช่วยกระตุ้นให้มีผู้ใช้งานมากขึ้น กำลังซื้อเติบโตขึ้น และดึงดูดให้ร้านค้าต่าง ๆ สนใจเข้าร่วมโครงการตามกลไกของตลาด
สำหรับประเด็นความกังวลของผู้ประกอบการรายย่อยและขนาดกลาง (SMEs) เช่น กลุ่มที่มีรายได้ 2.5 ล้านบาทขึ้นไปที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง แต่ไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการบรรเทาวิกฤตในครั้งนี้นั้น ย้ำว่ามีความจำเป็นต้องเลือกช่วยกลุ่มที่เดือดร้อนที่สุดก่อน พร้อมมองว่าหากเศรษฐกิจฐานรากเริ่มดีขึ้น เม็ดเงินก็จะไหลเวียนกลับไปยังผู้ประกอบการรายอื่นต่อไป
นายวินิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลไม่ได้ละทิ้งกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs โดยได้เตรียมมาตรการเฉพาะกลุ่มไว้รองรับเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะทยอยประกาศออกมาในระยะถัดไป เช่น มาตรการสนับสนุนด้านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน (Soft Loan) เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่างครอบคลุม

