
ตลท. เร่งขับเคลื่อน AI ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนไทย รับยุคดิจิทัล
ตลท. ชี้ AI กำลังเปลี่ยนโฉมตลาดทุนไทย ตั้งแต่การกำกับดูแลการซื้อขาย การวิเคราะห์ข้อมูลบริษัทจดทะเบียน ไปจนถึงการเสริมความปลอดภัยไซเบอร์ ขณะที่โบรกเกอร์กว่า 53% นำ AI มาใช้แล้ว แต่ยังต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยรายงาน SET Note ฉบับที่ 8/2569 เรื่อง “บทบาทและการประยุกต์ใช้ AI ในตลาดทุนไทย” ระบุว่า AI กำลังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับตลาดทุนไทย ทั้งด้านการกำกับดูแล การบริหารจัดการข้อมูล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ สอดรับกับแนวโน้มการใช้งาน AI ทั่วโลกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยแม้ประเทศไทยมีสัดส่วนผู้ใช้งาน AI เพียง 10.7% ของประชากรวัยทำงาน แต่คนไทยมีความถี่ในการใช้งานสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดย ตลท.ได้นำ AI และ Machine Learning มาใช้ยกระดับการกำกับดูแลตลาดเชิงรุก เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการซื้อขายและตรวจจับธุรกรรมที่อาจเข้าข่ายการกระทำอันไม่เป็นธรรม เช่น การสร้างราคาหุ้นและการใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงใช้ AI ประเมินความเสี่ยงของบริษัทจดทะเบียนจากงบการเงิน ข่าวสาร และข้อมูลการเปิดเผยข้อมูล เพื่อช่วยแจ้งเตือนผู้ลงทุนได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังพัฒนาแพลตฟอร์ม ATLAS ร่วมกับ Google Cloud เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และสืบค้นข้อมูลตลาดทุนจากหลายแหล่งด้วย Generative AI พร้อมนำ AI มาใช้ในการสรุปข้อมูล แปลภาษา พัฒนาระบบงาน และตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ลงทุน
ขณะที่ผลสำรวจของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) พบว่า บริษัทหลักทรัพย์ 53% ได้นำ AI มาใช้ในการดำเนินงานแล้ว อีก 18% มีแผนใช้งานภายใน 1-2 ปี โดยประยุกต์ใช้ทั้งด้านบริการลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารความเสี่ยง และการตรวจจับการทุจริต ซึ่งสะท้อนว่า AI กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจตลาดทุนไทย
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในระยะต่อไปคือการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะ Data Center และการบริหารจัดการด้านพลังงาน เพื่อรองรับการขยายตัวของ AI และผลักดันตลาดทุนไทยให้สามารถแข่งขันได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

