Huawei เชื่อมั่นไทย! “อนุทิน” ถกขยายลงทุน AI-คลาวด์ ปั้นคนไทยสู่งานอนาคต

นายกฯ หารือ Huawei ขยายความร่วมมือด้าน AI ระบบคลาวด์ เทคโนโลยีดิจิทัล และพัฒนาบุคลากรไทย หลังบริษัทชื่นชมศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย พร้อมเดินหน้าความร่วมมือด้านทักษะแห่งอนาคต


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ก.ค.69) เวลา 17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปักกิ่ง ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ณ Huawei Beijing Executive Briefing Center กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เยี่ยมชมนิทรรศการเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ Huawei พร้อมหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เพื่อขยายความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบคลาวด์ เทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาบุคลากรไทย

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลพร้อมสานต่อความร่วมมือกับ Huawei ในฐานะนักลงทุนและพันธมิตรด้านเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเทคโนโลยีต้องนำไปสู่ประโยชน์ที่ประชาชนสัมผัสได้จริง ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพบริการภาครัฐ การศึกษา สาธารณสุข การเกษตร การบริหารจัดการเมือง ตลอดจนการสร้างงานและอาชีพใหม่ที่มีรายได้สูงขึ้น

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ประเทศไทยเปิดกว้างต้อนรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบคลาวด์ และเทคโนโลยีสื่อสารความเร็วสูง โดยไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศการลงทุน และฐานอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่การผลิตโลก

ด้านผู้บริหาร Huawei ระบุว่า บริษัทดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 20 ปี และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งศูนย์พัฒนาทักษะดิจิทัล บริการคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาค พร้อมชื่นชมประเทศไทยว่าเป็นประเทศที่เปิดกว้าง มีศักยภาพ และมีบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการดำเนินธุรกิจดิจิทัล

นอกจากนี้ Huawei ยังเห็นสอดคล้องกับคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีในการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ณ นครเซี่ยงไฮ้ เกี่ยวกับการสร้างธรรมาภิบาล AI ซึ่งควรตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การคุ้มครองประชาชน (Protection) การปลดล็อกศักยภาพ (Potential) และการสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน (Prosperity)

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันความร่วมมือสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาคนไทยให้มีทักษะแห่งอนาคต ผ่านโครงการ Huawei ICT Academy Thailand ซึ่งดำเนินงานร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงความร่วมมือด้าน Cloud และ AI กับหน่วยงานภาครัฐและมหาวิทยาลัย เพื่อผลิตบุคลากรที่มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

อีกด้านหนึ่ง คือการขยายการใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาคธุรกิจ ยกระดับบริการสาธารณะ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับการสร้างบุคลากรไทย

“ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการดึงการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก แต่คือการสร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึงความรู้ มีทักษะที่ตลาดต้องการ เกิดงานคุณภาพ และนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

Back to top button