
รัฐบาลเปิด Thailand² ปั้นทุนมนุษย์ ดัน 4 เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
รัฐบาลเปิด Thailand² ปั้นทุนมนุษย์ ผนึก 5 กระทรวง–เอกชน ยกระดับทักษะแรงงานและคนไทยทุกช่วงวัย เดินหน้า 4 เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ สร้างโอกาสเติบโตระยะยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21 ก.ค. 2569) เวลา 13.10 น. ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน THAILAND² “ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การพัฒนาทุนมนุษย์เป็นวาระสำคัญของประเทศ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงจากสังคมสูงวัย เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีทุนมนุษย์ที่มีศักยภาพ สามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี นวัตกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพคนไทยทุกช่วงวัย เพราะ “คน” คือรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ
นายอนุทิน กล่าวถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ผ่านมา โดยระบุว่า การหารือกับผู้นำจีนและภาคธุรกิจสะท้อนให้เห็นว่า โลกยุคใหม่แข่งขันกันด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งรัฐบาลจึงเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อพัฒนากำลังคนและยกระดับศักยภาพประเทศไทย
“การยกกำลังประเทศไทยให้พร้อมทั้งรับมือและรับโอกาสจากความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จึงต้องเริ่มต้นจากการยกกำลังคนไทยให้แข็งแรงขึ้น” นายกรัฐมนตรีกล่าว
พร้อมกันนี้ รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษา การพัฒนาทักษะ และการเพิ่มทักษะใหม่ รวมถึงให้ความสำคัญกับสุขภาวะทางจิต เพื่อให้คนไทยสามารถปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ภายในงาน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้บรรยายพิเศษหัวข้อ “ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” พร้อมนำเสนอแนวทางการพัฒนาคนไทยตลอดช่วงชีวิต หรือ Lifelong Support ตั้งแต่วัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง

สำหรับวัยเริ่มต้นชีวิต รัฐบาลมีแนวทางพัฒนาระบบเด็กปฐมวัย ลดภาระครอบครัววัยทำงาน และปรับระบบสนับสนุนให้เด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ขณะที่วัยเรียน มุ่งลดความซ้ำซ้อนในระบบการศึกษา ผ่านนโยบาย “คืนเวลาให้ครู” รวมถึงโครงการ Zero Dropout PLUS เพื่อช่วยให้เด็กที่หลุดจากระบบกลับเข้าสู่การศึกษาและการฝึกอาชีพ
ส่วนวัยเริ่มต้นอาชีพ รัฐบาลเดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการสอบ TCAS69 ทำให้เยาวชนได้รับสิทธิสอบ TGAT/TPAT ฟรี พร้อมวางเป้าหมายผลิตกำลังคนทักษะสูงรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น บุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ และสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่
นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการพัฒนาทักษะแรงงานไทยผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน
ทั้งนี้ ภายในงานมีการนำเสนอผลการดำเนินงานในช่วง 90 วันของ 5 กระทรวง อาทิ การพัฒนาระบบ TCAS ให้มีความเท่าเทียม การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์ความซ้ำซ้อนของงานวิจัย ซึ่งช่วยลดการใช้งบประมาณกว่า 72 ล้านบาท รวมถึงการพัฒนาอุปกรณ์อวกาศฝีมือคนไทย “CE-7 MATCH” เพื่อเตรียมเข้าสู่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจใหม่ รัฐบาลวาง 4 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor), ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy), ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) และยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI Economy) เพื่อมุ่งยกระดับศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
ขณะเดียวกัน จะมีการขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะอนุกรรมการการพัฒนาทุนมนุษย์ ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) โดยดึงผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามาร่วมกำหนดแนวทางพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของเศรษฐกิจในอนาคต