“หอการค้าไทย” ชี้ภาษี ม.301 แตะ 12.5% ยังไม่กระทบแข่งขัน เร่งปิดดีล ART สหรัฐ

หอการค้าไทยประเมินภาษีมาตรา 301 ที่ไทยถูกเรียกเก็บ 12.5% ยังไม่กระทบขีดความสามารถแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ หลังประเทศคู่แข่งเผชิญเงื่อนไขใกล้เคียงกัน พร้อมเร่งเจรจา ART และยกระดับมาตรฐานแรงงาน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 ก.ค.69) ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาประกาศใช้อัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 กับประเทศคู่ค้ากว่า 60 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ว่า ภาคธุรกิจไทยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

แม้อัตราภาษีที่ไทยได้รับจะอยู่ที่ 12.5% แต่ประเทศคู่แข่งส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน จึงถือว่าภาพรวมการแข่งขันในตลาดสหรัฐยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ใกล้เคียงกัน

“ประเทศที่ได้รับอัตราภาษีต่ำกว่าไทยเพียงเล็กน้อย เช่น 10% อาจมีความได้เปรียบบ้าง แต่ส่วนต่างไม่ได้กว้างเหมือนมาตรการในรอบที่ผ่านมา จึงยังไม่ใช่ปัจจัยที่น่ากังวลจนกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยอย่างมีนัยสำคัญ”

ดร.พจน์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่สหรัฐให้ความสำคัญในการดำเนินมาตรการครั้งนี้ ได้แก่ ปัญหาแรงงานบังคับ หรือ Forced Labor และปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน หรือ Excess Capacity

สำหรับประเทศไทย ภาคเอกชนเห็นว่าไทยไม่มีปัญหาแรงงานบังคับในเชิงระบบมานานแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องเร่งผลักดันกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องให้มีผลบังคับใช้อย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศคู่ค้าและยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับหลักสากล ซึ่งจะช่วยให้ไทยสามารถแข่งขันได้ทัดเทียมกับประเทศที่ได้รับการยกเว้นในอนาคต

ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามมาตรการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่มีกำลังการผลิตส่วนเกิน หรือ Excess Capacity Products อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสหรัฐยังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม และอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าบางกลุ่มในระยะต่อไป

ดังนั้น ไทยจึงต้องเร่งสรุปข้อตกลงต่างตอบแทน หรือ Agreement on Reciprocal Trade (ART) เพื่อปรับสมดุลการค้ากับสหรัฐตามแนวทางที่ได้เตรียมการไว้

“สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ คือการที่ภาครัฐและภาคเอกชนต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมข้อมูลและกำหนดท่าทีในการเจรจาการค้ากับสหรัฐให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย รวมถึงเร่งผลักดันความตกลงทางการค้าที่จะช่วยลดอุปสรรคและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว”

ดร.พจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หอการค้าไทยพร้อมเป็นตัวแทนภาคเอกชนในการรวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะ และผลกระทบจากผู้ประกอบการ โดยปัจจุบันได้สนับสนุนข้อมูลแก่กระทรวงพาณิชย์แล้ว ผ่านการจัดทำบทสรุปและผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อใช้ประกอบการเจรจากับฝ่ายสหรัฐ

หอการค้าไทยพร้อมสนับสนุนให้การดำเนินการของไทยเป็นไปอย่างรอบคอบ และสร้างสมดุลระหว่างการรักษาผลประโยชน์ของประเทศกับการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนและคู่ค้าระหว่างประเทศ

“ประเทศไทยควรใช้โอกาสนี้เร่งยกระดับมาตรฐานด้านแรงงาน ความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน และการเจรจาความตกลงการค้า เพื่อเปลี่ยนวิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาสในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว” ดร.พจน์ กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ไทยโดน 12.5%! สหรัฐเคาะภาษี ม.301 ครอบคลุม 60 เขตเศรษฐกิจ ปมแรงงานบังคับ

Back to top button