ครม. ไฟเขียว รฟม. ทดรองจ่าย 9.41 พันล้าน ค่างานโยธารถไฟฟ้าสายสีส้ม

ครม. เห็นชอบให้ รฟม. นำเงินสะสมหรือรายได้ทดรองจ่ายค่างานโยธารถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์–ศูนย์วัฒนธรรม จำนวน 9.41 พันล้านบาท ก่อนเสนอของบประมาณชดเชยคืนภายหลัง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ก.ค.69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นำเงินของหน่วยงานทดรองจ่ายรายการเงินสนับสนุนค่างานโยธาตามสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์–ศูนย์วัฒนธรรม สำหรับปีงบประมาณ 2569 จำนวน 9,414,200,477.45 บาท

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 75 (2) แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พร้อมให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณคืนแก่ รฟม. ทั้งจำนวนต่อไป

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า สำนักงบประมาณพิจารณาแล้วเห็นว่า สัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์–มีนบุรี (สุวินทวงศ์) กำหนดให้ รฟม. สนับสนุนค่าก่อสร้างงานโยธาช่วงตะวันตก พร้อมดอกเบี้ยระหว่างการก่อสร้างตามที่เกิดขึ้นจริงให้แก่ผู้ร่วมลงทุน โดยทยอยชำระเป็นรายปีตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานเป็นระยะเวลา 6 ปี

ทั้งนี้ รฟม. จะครบกำหนดชำระเงินครั้งที่ 1 ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยมีวงเงินสนับสนุนค่างานโยธาตามสัญญาสัมปทานจำนวน 20,328,681,777.45 บาท

ที่ผ่านมา รฟม. ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 สำหรับรายการเงินสนับสนุนค่างานโยธาตามสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์–ศูนย์วัฒนธรรม จำนวน 10,914,481,300 บาท

ส่วนวงเงินที่เหลือ รฟม. ได้เสนอขอรับจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ซึ่งยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการขอรับจัดสรรตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ. 2562

อย่างไรก็ดี งบกลางรายการดังกล่าวมีอยู่อย่างจำกัด และจำเป็นต้องสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินมาตรการเร่งด่วนต่าง ๆ อาทิ การเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติ และการป้องกันหรือแก้ไขสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย

ขณะเดียวกัน ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. ยังอยู่ระหว่างกระบวนการประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งอาจไม่ทันกำหนดเวลาที่ต้องชำระเงิน ขณะที่สถานะการเงินของ รฟม. ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 มีกำไรสะสมจากการดำเนินงานจำนวน 30,736,951,109.20 บาท

ดังนั้น เพื่อรักษาประโยชน์ของทางราชการ ลดความเสี่ยงในการเกิดข้อพิพาทระหว่างภาครัฐกับผู้ร่วมลงทุน และป้องกันภาระงบประมาณที่อาจเกิดขึ้นจากการผิดนัดชำระตามสัญญา สำนักงบประมาณจึงเห็นสมควรให้ รฟม. เจรจากับผู้ร่วมลงทุนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในรูปแบบต่าง ๆ ของการจ่ายเงินสนับสนุนค่างานโยธาตามสัญญาสัมปทานและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง

หากมีความจำเป็นต้องจ่ายเงินสนับสนุนค่างานโยธาภายในวงเงินและกำหนดเวลาชำระ ให้ รฟม. พิจารณาใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ เงินสะสม หรือรายได้ของหน่วยงานในโอกาสแรกก่อน

พร้อมกันนี้ ให้ รฟม. จัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ รฟม. ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หนังสือเวียนที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานของทางราชการให้ถูกต้องครบถ้วนในทุกขั้นตอน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ

Back to top button