ก.ล.ต. เปิดเฮียริ่งเพิ่ม “สลาก ธอส.” ทางเลือกลงทุนกองทุน ถึง 2 ก.ย.

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศ เพิ่ม “สลาก ธอส.” เป็นทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ หวังเพิ่มทางเลือกบริหารพอร์ตและสภาพคล่อง พร้อมยกระดับหลักเกณฑ์ลงทุนสลากออมทรัพย์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐให้เป็นแนวทางเดียวกัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 ส.ค.69) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศเกี่ยวกับการเพิ่มสลากออมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (สลาก ธอส.) เป็นทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริหารพอร์ตการลงทุนและสภาพคล่องของกองทุน รวมทั้งทำให้หลักเกณฑ์การลงทุนในสลากออมทรัพย์ที่ออกโดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยยังคงมีมาตรการควบคุมความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ คณะกรรมการกำกับตลาดทุน เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบหลักการเกี่ยวกับการเพิ่มสลาก ธอส. เป็นทรัพย์สินที่กองทุนรวมสามารถลงทุนได้ ได้แก่ กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail MF) กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย (AI fund) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)

หลังจากนั้น ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการดังกล่าวระหว่างวันที่ 18 มิถุนายน–18 กรกฎาคม 2569 โดยผู้แสดงความคิดเห็นทุกรายเห็นด้วยกับหลักการที่เสนอ

ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศดังกล่าว โดยกำหนดให้สลาก ธอส. เป็นทรัพย์สินภายใต้นิยาม “เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก” เพื่อให้หลักเกณฑ์การลงทุนของกองทุนในสลากออมทรัพย์ที่ออกโดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐมีความสอดคล้องกัน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนของกองทุน

อย่างไรก็ตาม การลงทุนดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ด้านการลงทุน การกระจายความเสี่ยง การประเมินความเหมาะสมของทรัพย์สิน และการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยังต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ควบคุมความเสี่ยง เช่น การจำกัดการลงทุนในผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญารายใดรายหนึ่ง และการจำกัดสัดส่วนการลงทุนในบริษัทที่อยู่ในกลุ่มกิจการเดียวกัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวและดูแลประโยชน์ของผู้ลงทุน

ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. และระบบกลางทางกฎหมาย โดยผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถศึกษาและแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางเว็บไซต์ หรือทางอีเมล tonyada@sec.or.th หรือ pattarav@sec.or.th ได้จนถึงวันที่ 2 กันยายน 2569

Back to top button