
“พรชัย” สั่งฟันแก๊งบุหรี่เถื่อน ขู่ตัดโควตาส่งออก สิ้นปี 69
อธิบดีกรมสรรพสามิต สั่งลุยขบวนการบุหรี่ส่งออกเถื่อน งัดเกณฑ์ “รีดภาษี 100% ก่อน-คืนทีหลัง” ดัดหลังแก๊งเวียนเทียน สกัดรูรั่วแสนล้าน จ่อดีเดย์สิ้นปี 69 ขู่ตัดโควตาส่งออกทันที หากพบลักลอบขายในไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้วางแผนยุทธศาสตร์เพื่ออุดช่องโหว่ทางภาษีครั้งใหญ่ของประเทศ เพื่อประกาศสงครามกับขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะปัญหาบุหรี่เวียนส่งออก ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ และทำลายโครงสร้างระบบภาษีของประเทศอย่างรุนแรง
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการส่งออกไทย โดยกำหนดให้สินค้าประเภทบุหรี่ ยาสูบ และเครื่องดื่มที่ผลิตเพื่อการส่งออกได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่กลับมีขบวนการฉวยโอกาสลักลอบขนส่งบุหรี่ออกไปยังบริเวณแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นลักลอบนำกลับเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ เพื่อจำหน่ายตัดราคาบุหรี่ที่เสียภาษีถูกต้องในประเทศ เนื่องจากสินค้ากลุ่มนี้ไม่มีภาระต้นทุนทางภาษีสรรพสามิต
โดยกรมสรรพสามิตเตรียมปรับเปลี่ยนกระบวนการและข้อตกลงทางกฎหมายใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่เคยยกเว้นภาษีให้ตั้งแต่ต้นทางเพื่อความสะดวก จะปรับเปลี่ยนมาตรการเป็นการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเต็มจำนวน 100% ล่วงหน้าตั้งแต่หน้าโรงงานผลิต จากนั้นจะเปิดให้ผู้ประกอบการที่มีการส่งออกสินค้าจริง นำเอกสารหลักฐานการผ่านพิธีการทางศุลกากรมายื่นตรวจสอบ เพื่อขอรับเงินคืนภาษีในภายหลัง
สำหรับผลสัมฤทธิ์ของมาตรการดังกล่าว จะส่งผลให้ต้นทุนของกลุ่มขบวนการที่คิดจะกระทำผิดกฎหมายปรับตัวสูงขึ้นทันที จนไม่คุ้มค่าต่อการลักลอบนำกลับเข้ามาจำหน่ายตัดราคาในประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น กรมสรรพสามิตได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบย้อนรอย โดยร่วมมือกับการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) และหน่วยงานด้านความมั่นคง หากตรวจพบสัดส่วนบุหรี่ส่งออกของตราสินค้าใดหมุนเวียนกลับมาลักลอบจำหน่ายในประเทศเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จะดำเนินมาตรการสั่งระงับและตัดยอดโควตาของผู้ประกอบการส่งออกรายนั้นทันที
ขณะที่ความคืบหน้าของตัวบทกฎหมายเพื่อรองรับมาตรการใหม่นี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการเปิดรับฟังความคิดเห็นและทำประชาพิจารณ์ (Public Hearing) จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างโปร่งใสผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพสามิต ซึ่งกำหนดการรับฟังความคิดเห็นจะแบ่งออกเป็น 2 รอบ รอบละ 30 วัน เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อจำกัดต่าง ๆ มาปรับปรุงแก้ไขและอุดช่องโหว่ทางกฎหมายให้มีความรัดกุมและสมบูรณ์มากที่สุด
ด้านกรอบระยะเวลาการบังคับใช้ คาดว่ากระบวนการพิจารณาทางกฎหมายทั้งหมดจะแล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการได้ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ในการคุ้มครองระบบเศรษฐกิจ อุดรูรั่วการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ และสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่ปฏิบัติตามกฎหมายและเสียภาษีอย่างตรงไปตรงมา

