
คลังเปิด “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” อุ้มร้านค้า 1.2 ล้านราย–ลุ้นต่อ “ไทยช่วยไทย พลัส” 2 เดือน
คลัง ผนึก กรุงไทย-ออมสิน-บสย. เปิดตัว “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” ต่อยอดอุ้มร้านค้ารายย่อยกว่า 1.2 ล้านราย กดขอสินเชื่อผ่านแอปฯ ถุงเงินได้ทันที มุ่งลดพึ่งพาหนี้นอกระบบ เผยไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ดันเม็ดเงินสะพัดกว่า 150,000 ล้านบาท กระจายสู่ร้านค้าทั่วประเทศ 84% เล็กต่ออายุโครงการอีก 2 เดือน สรุปความชัดเจนภายใน 2–3 สัปดาห์นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 ก.ย.69) กระทรวงการคลัง ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดตัวโครงการ “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อช่วยผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น

โครงการดังกล่าวจะนำข้อมูลยอดขายที่เกิดขึ้นจริงจากการประกอบธุรกิจมาใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อช่วยผู้ประกอบการที่มีรายได้ มีลูกค้า และมียอดขายจริง แต่มีข้อจำกัดด้านการจัดทำเอกสารหรือการแสดงข้อมูลทางการเงินตามหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงิน
นายเอกนิติ เปิดเผยว่า โครงการ “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” เป็นการต่อยอดความช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยกว่า 1.2 ล้านรายในระบบโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” โดย AI “นกกระซิบ” เปิดให้บริการมาแล้ว 3 เดือน เพื่อช่วยผู้ประกอบการนำข้อมูลของตนเองมาใช้บริหารธุรกิจ ทั้งการวิเคราะห์ยอดขาย ดูแนวโน้มรายได้ วางแผนธุรกิจ และเปรียบเทียบผลประกอบการกับร้านค้าใกล้เคียงหรือร้านค้าประเภทเดียวกัน
“ที่ผ่านมา มาตรการไทยช่วยไทย พลัสมีส่วนช่วยประคับประคองกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs แต่การช่วยให้ขายได้ดีขึ้นในวันนี้ยังไม่เพียงพอ รัฐบาลต้องการช่วยให้ผู้ประกอบการแข่งขันได้ดีขึ้นในวันพรุ่งนี้ด้วย” นายเอกนิติ กล่าว
สำหรับโครงการ “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” จะนำรายงานยอดขายจริงมาใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการประเมินศักยภาพของผู้ประกอบการ เพื่อลดช่องว่างด้านข้อมูลทางการเงิน เพิ่มความสะดวกในการยื่นขอสินเชื่อ และเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ทันที โดยไม่ต้องเดินทางไปดำเนินการที่สาขาธนาคาร ซึ่งธนาคารออมสินให้สินเชื่อสูงสุด 50,000 บาทต่อราย ขณะที่ธนาคารกรุงไทยให้สินเชื่อสูงสุด 500,000 บาทต่อราย โดยมี บสย. ค้ำประกันสินเชื่อวงเงินรวม 5,500 ล้านบาท เพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ

