
“ศุภจี” ชี้น้ำท่วมฉุดกำลังซื้อ Q4 ถกคลังหนุนสินค้าราคาประหยัด
“ศุภจี” ระบุกำลังซื้อไตรมาส 4 มีแนวโน้มชะลอจากน้ำท่วม ขณะที่ราคาน้ำมันเป็นอีกปัญหาที่ต้องดูแล เผยหารือ “เอกนิติ” จัดสรรงบสนับสนุนสินค้าราคาประหยัด พร้อมสั่งตรวจราคาสินค้าและเร่งขนส่งเข้าพื้นที่ประสบภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ก.ย.69) เวลา 08.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกำลังซื้อในไตรมาส 4 ว่า มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากสถานการณ์น้ำท่วม ขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาราคาน้ำมันที่ต้องดูแล โดยได้หารือกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งมาช่วยดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาประหยัด
นางศุภจี กล่าวว่า จะดำเนินการในระยะที่ 2 ต่อเนื่องจากโครงการ “ไทยช่วยไทย” ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนเมษายน โดยนำสินค้าทางเลือกเข้าไปในพื้นที่ที่มีความจำเป็น สำหรับช่วงน้ำท่วมนี้จะลงพื้นที่ประสบปัญหาก่อน เพื่อหาราคาสินค้าที่เหมาะสมและกระจายสินค้าราคาประหยัดลงไปในพื้นที่
สำหรับการดูแลราคาสินค้าในช่วงน้ำท่วม นางศุภจี ระบุว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานพาณิชย์จังหวัดและกรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้า ให้มีการติดป้ายราคาอย่างชัดเจน และดูแลไม่ให้มีการขึ้นราคาผิดปกติ หากประชาชนพบปัญหาสามารถแจ้งสายด่วน 1569 โดยกระทรวงพาณิชย์ มีการสั่งการแบบ Single Command ให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์รวบรวมและรับเรื่องจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
สำหรับการดูแลราคาสินค้าในช่วงน้ำท่วม นางศุภจี ระบุว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานพาณิชย์จังหวัดและกรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้า ให้มีการติดป้ายราคาอย่างชัดเจน และดูแลไม่ให้มีการขึ้นราคาผิดปกติ หากประชาชนพบปัญหาสามารถแจ้งสายด่วน 1569 โดยกระทรวงพาณิชย์ใช้ระบบ Single Command มี ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นศูนย์กลางรับข้อมูลจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
ส่วนกรณีสินค้าขาดจากชั้นวางในบางพื้นที่ นางศุภจีกล่าวว่า บางเส้นทางรถขนส่งสินค้าทั่วไปไม่สามารถเข้าไปได้ จึงประสานกระทรวงกลาโหมช่วยด้านการขนส่ง โดยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ได้รับรายงานว่า จังหวัดสระแก้วประสบปัญหาขาดแคลนอาหารสด จึงประสานให้นำรถไปรับสินค้าที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ก่อนส่งต่อไปยังจังหวัดสระแก้ว
ขณะที่ในกรุงเทพมหานคร ได้ประสานกรุงเทพมหานครนำของสดและของแห้งที่จำเป็นเข้าพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพื้นที่ลาดกระบัง ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบราว 30,000 คน พร้อมติดตามสินค้าที่ขาดแคลนและดูแลไม่ให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นผิดปกติ

