สบน. ชี้หนี้ไทย 66% ต่อ GDP ยังบริหารได้ “สังคมสูงวัย” กดดันฐานภาษี–รายจ่ายรัฐ

สบน. ระบุหนี้สาธารณะไทยอยู่ในระดับปานกลาง แต่เตือนสังคมสูงวัยทำให้ฐานภาษีแคบลง ขณะที่รายจ่ายด้านสวัสดิการเพิ่มขึ้น ย้ำเงินกู้ต้องสร้างรายได้และการเติบโตระยะยาว เพื่อไม่ทิ้งภาระให้คนรุ่นใหม่


นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันหนี้สาธารณะของประเทศไทยอยู่ที่ 66% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ถือเป็นระดับปานกลาง เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นที่ 229% สหรัฐอเมริกา 125% และจีน 96% ส่วนประเทศในภูมิภาคอาเซียนอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย และสปป.ลาว มีหนี้สาธารณะอยู่ในระดับที่สูงกว่าไทยเช่นกัน

นางจินดารัตน์ กล่าวว่า หนี้สาธารณะของไทยยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนก เนื่องจากความเสี่ยงทางการคลังไม่สามารถประเมินจากตัวเลขหนี้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ ศักยภาพในการจัดเก็บรายได้ของรัฐ รวมถึงวัตถุประสงค์และความคุ้มค่าของการนำเงินกู้ไปใช้พัฒนาประเทศ

ทั้งนี้ หากหนี้สาธารณะของประเทศปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ จะส่งผลต่อภาระค่าใช้จ่ายด้านดอกเบี้ยและการชำระคืนเงินต้น เนื่องจากต้องใช้งบประมาณเพื่อชำระหนี้มากขึ้น และอาจเบียดบังรายจ่ายที่จำเป็น โดยเฉพาะการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น โครงข่ายถนน ระบบราง สนามบิน และสาธารณูปโภค

ขณะเดียวกัน การก่อหนี้จะต้องสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้จากการลงทุนให้กับภาครัฐด้วย เปรียบเสมือนครัวเรือนที่กู้ยืมเงินเพื่อนำไปต่อยอดกิจการและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในระยะยาว หากรัฐนำเงินกู้ไปใช้ในโครงการลงทุนที่สร้างผลตอบแทน ก็จะช่วยขยายฐานภาษีและสนับสนุนให้รายได้รัฐเติบโตขึ้น

ส่วนแรงกดดันจาก “สังคมสูงวัย” ถือเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ส่งผลต่อรายได้และรายจ่ายของประเทศ เนื่องจากโครงสร้างประชากรมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ขณะที่ประชากรวัยทำงานลดลง ส่งผลให้ฐานภาษีและรายได้รัฐลดลงตาม แต่รายจ่ายของรัฐเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายจ่ายเกี่ยวกับผู้สูงอายุ สวัสดิการ สาธารณสุข และการดูแลประชาชนในระยะยาว

ดังนั้น การกู้เงินของรัฐบาลต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ อยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง และคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การกู้เงินยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นของรัฐบาล เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ แก้วิกฤต พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยลดต้นทุนของประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงดำเนินโครงการที่ทำให้ประเทศแข็งแกร่งและแข่งขันได้มากขึ้น

“หนี้ที่ดีต้องสร้างอนาคตให้ประเทศ ทำให้รากฐานเศรษฐกิจเติบโต และเพิ่มรายได้ให้ประเทศ ที่สำคัญต้องไม่ทำให้เป็นภาระหนี้สินกับคนรุ่นใหม่ อีกทั้งต้องใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เงินทุกบาทเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ” นางจินดารัตน์ กล่าว

Back to top button