
“ดาวโจนส์” ปิดลบ 444 จุด เซ่นบอนด์ยีลด์ 30 ปี พุ่งแตะ 5.64%
ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 443.87 จุด หลุดระดับ 51,000 จุด หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 30 ปีขึ้นแตะ 5.64% กดดันตลาด ขณะที่ Nasdaq สวนบวก รับแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี หลังเงินเฟ้อ PCE ต่ำกว่าคาด ลดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพุธ (30 ก.ย.69) เคลื่อนไหวต่างทิศทาง โดยดาวโจนส์และ S&P 500 อ่อนตัวลงช่วงท้ายการซื้อขาย หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับขึ้นต่อ ท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง ส่วน Nasdaq ปิดบวกจากแรงหนุนหุ้นเทคโนโลยี
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 50,906.05 จุด ลดลง 443.87 จุด หรือ 0.86% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,651.54 จุด ลดลง 19.30 จุด หรือ 0.25% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,861.06 จุด เพิ่มขึ้น 63.52 จุด หรือ 0.24%
แรงกดดันสำคัญมาจากบอนด์ยีลด์ระยะยาว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 5.64% จาก 5.59% ในช่วงท้ายการซื้อขายวันก่อนหน้า หลังเพิ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 24 ปีระหว่างการซื้อขายวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ส่วนพันธบัตรอายุ 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 5.29% จาก 5.26% ท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง ความกังวลด้านเงินเฟ้อ และภาระหนี้ภาครัฐ
ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2 ครั้งที่ 3 ขยายตัว 2.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและปรับเป็นอัตรารายปี เพิ่มจากประมาณการเดิมที่ 1.5% โดยการบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 3.8% ขณะที่การลงทุนของภาคธุรกิจได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับปัจจัยบวกจากดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนสิงหาคม ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 3.7% ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ การปรับวิธีคำนวณองค์ประกอบบางรายการมีส่วนทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อต่ำลงด้วย
ข้อมูลดังกล่าวช่วยลดความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม โดยตลาดประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ไว้ที่ประมาณ 37% ลดลงจากประมาณ 51% ในวันก่อนหน้า
สำหรับหุ้นรายตัว Hewlett Packard Enterprise เพิ่มขึ้น 3.9% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้ระยะยาวในธุรกิจเครือข่าย และประกาศข้อตกลงมูลค่า 1.2 พันล้านเหรียญกับ Vultr ขณะที่ MongoDB เพิ่มขึ้น 3.4% หลังขยายวงเงินซื้อหุ้นคืนอีก 1 พันล้านเหรียญ ส่วน Moderna ลดลง 5.3% หลัง Citigroup ปรับลดคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ขาย”
เมื่อสรุปทั้งเดือนกันยายน ดาวโจนส์ลดลง 4.29% ยุติการปรับขึ้นต่อเนื่อง 5 เดือน ขณะที่ S&P 500 ลดลง 0.45% ส่วน Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.86% โดยนักลงทุนรอติดตามรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ (2 ต.ค.69) เพื่อประเมินภาวะตลาดแรงงานและทิศทางดอกเบี้ยเฟด
