TEGH เดินหน้า ESG ดันสินค้าคาร์บอนต่ำ ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 10% แตะ 2.3 หมื่นลบ.

TEGH วางเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 10% สู่ระดับ 23,000 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ จากการเติบโตของธุรกิจยางธรรมชาติ น้ำมันปาล์ม และพลังงานทดแทน พร้อมชูยอดขายยางแท่งมีโอกาสทำออลไทม์ไฮ เดินหน้าพัฒนาสินค้า Carbon Neutral รองรับมาตรการ EUDR–CBAM และเตรียมนำบริษัทย่อย TEBP เข้าจดทะเบียนตลาด mai ภายในปีนี้ เสริมฐานการเงินและการเติบโตอย่างยั่งยืน


นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH ผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ และน้ำมันปาล์มดิบรายใหญ่ในภาคตะวันออก และผู้นำด้านการผลิตพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์แบบครบวงจร เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 10% แตะระดับ 23,000 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) โดยมีการเติบโตจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งยางธรรมชาติ น้ำมันปาล์ม และพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์

โดยเฉพาะธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ มีโอกาสที่ยอดขายจะทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) จากปริมาณขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 280,000-290,000 ตัน จากความต้องการของลูกค้าในประเทศและต่างประเทศทั้ง จีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา ทั้งยังคาดการณ์ว่าจะยังคงรักษาสัดส่วนยอดขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR ได้ที่ 30-40% จากการที่ลูกค้าฝั่งยุโรป และประเทศอื่นๆ ยังมีความต้องการอยู่ โดยสหภาพยุโรปจะเริ่มบังคับใช้ EUDR ในวันที่ 30 ธันวาคม 2569 นี้

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวสินค้ายางแท่งที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Block Rubber Carbon Neutral) ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าผู้ผลิตยางล้อที่ต้องการใช้วัตถุดิบที่สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรองรับกับมาตรการ CBAM ที่เริ่มบังคับใช้แล้วในปีนี้

ขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ มีแนวโน้มผลงานดีต่อเนื่องในปี 2568 หลังจากบริษัทฯ ได้ปรับปรุงกระบวนการผลิต ซ่อมบำรุงเครื่องจักร ติดตั้งหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) ลูกใหม่ ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น และการติดตั้งหม้อนึ่งปาล์ม (Sterilizer) เพิ่มเติม ทำให้กำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นอีก 50% ภายในปีนี้ รวมถึงมีแผนที่จะขอการรับรอง ISCC corsia สำหรับน้ำมันที่สกัดได้จากทะลายปาล์มเปล่าและน้ำมันน้ำเสีย เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมการผลิตเชื้อเพลิงการบินชีวภาพจากน้ำมันและไขมันเหลือใช้ หลังจากที่ได้รับการรับรอง ISCC plus และ ISCC EU มาแล้วในปีที่ผ่านมา

ด้านธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ เติบโตต่อเนื่องหลังจากประสบความสำเร็จจากโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเฟสที่ 1 เรียบร้อยแล้ว และตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนของโครงการบ่อกากปิโตรเคมี ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จใน Q1/69 นี้ และโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเฟสที่ 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน Q2-Q3/69 ซึ่งจะส่งผลให้ สามารถรับบริหารจัดการกากอินทรีย์เพิ่มขึ้น รวมปีละ 544,500 ตัน  และผลิตก๊าซชีวภาพได้เพิ่มขึ้นปีละ 28,710,000 ลูกบาศก์เมตร รวมทั้งมีรายได้จากการขาย Carbon Credit ที่จะได้รับการับรองเพิ่มขึ้นตามปริมาณกากอินทรีย์ที่เพิ่มขึ้นด้วย

ส่วนการ Spin-Off บริษัทย่อย “บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (TEBP)” ในการออกและเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ปัจจุบันมีความคืบหน้าตามลำดับ คาดว่าจะสามารถนำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปีนี้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและสร้างการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต

“ปี 2569 ทิศทางธุรกิจ TEGH มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง มีโอกาส All Time High ทั้งด้านรายได้รวม และยอดขายยางแท่ง และบริษัทฯ จะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งรอบด้าน ทั้งธุรกิจยางธรรมชาติ น้ำมันปาล์ม และพลังงานทดแทน รวมถึงบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดโครงการใหม่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ส่วนการ Spin-Off บริษัทย่อย TEBP เข้าจดทะเบียนในตลาด mai ยังคงเดินหน้าตามแผน เพื่อเสริมฐานการเงินและเพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคต” นางสาวสินีนุช กล่าวในที่สุดต่อเนื่อง

Back to top button