UOB ขยายโครงการ MDS สู่ 10 โรงเรียน รุกแก้เหลื่อมล้ำ-อัพสกิลดิจิทัลเด็กไทย

UOB เดินหน้าขยายโครงการ UOB My Digital Space สู่ 10 โรงเรียนทั่วประเทศ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำด้านอุปกรณ์ หนุนห้องเรียนดิจิทัล-เสริมความรู้การเงิน ต่อยอดความสำเร็จดันผลการเรียนเด็กไทยก้าวกระโดด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันแม้โรงเรียนส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ครอบคลุมมากขึ้น ทว่าความท้าทายด้านการศึกษาได้เปลี่ยนผ่านจากประเด็น “การเข้าถึง” ไปสู่ “การพัฒนาศักยภาพการใช้เทคโนโลยีและความรู้ทางการเงินของเยาวชน” โดยความเหลื่อมล้ำด้านอุปกรณ์และการบูรณาการเทคโนโลยียังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ ทั้งนี้ รายงานจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ประจำปี 2568 ระบุว่า โรงเรียนไทยมีอัตราส่วนนักเรียนถึง 17 คนต่อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างด้านคุณภาพการเข้าถึงอุปกรณ์และโอกาสในการเรียนรู้เชิงปฏิบัติอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ เพื่อลดช่องว่างดังกล่าว ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้เดินหน้าขยายโครงการ UOB My Digital Space (MDS) ให้ครอบคลุม 10 โรงเรียนทั่วประเทศ โดยให้การสนับสนุนห้องเรียนดิจิทัลและหลักสูตรความรู้ทางการเงินแก่นักเรียนกว่า 5,500 คน โครงการนี้มุ่งจัดตั้ง “ห้องเรียนดิจิทัล” ที่พรั่งพร้อมด้วยอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ตามหลักสูตร เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ควบคู่ไปกับการสอดแทรกหลักสูตรการเงินออนไลน์ “UOB Money 101: Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน” ซึ่งออกแบบมาเฉพาะสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา เพื่อเสริมสร้างทักษะการบริหารเงินและความปลอดภัยทางดิจิทัล นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการอบรมครูผู้สอน การพัฒนานักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 ตลอดจนการจัดกิจกรรมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และทักษะชีวิต โดยมีพนักงานอาสาสมัครของยูโอบีเข้าร่วมขับเคลื่อนโครงการ

การขยายผลในปีนี้ เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของโรงเรียนต้นแบบ 3 แห่งที่ยูโอบีให้การสนับสนุนเครื่องมือและการพัฒนาศักยภาพครูอย่างครบวงจรมาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งผลการประเมินหลังเรียนตลอด 3 ปีการศึกษาพบว่า นักเรียนมีทักษะในวิชาหลักพัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยโรงเรียนแห่งหนึ่งมีสัดส่วนนักเรียนกลุ่มผลการเรียนสูงเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 31 เป็นร้อยละ 62 ขณะที่กลุ่มผลการเรียนต่ำลดลงจากร้อยละ 32 เหลือเพียงร้อยละ 10 สอดคล้องกับมุมมองของครูผู้สอน รวมถึงผู้อำนวยการจากโรงเรียนคลองยางประชานุสรณ์และโรงเรียนด่านช้างวิทยา ที่ระบุว่าห้องเรียนดิจิทัลช่วยให้นักเรียนกล้าแสดงออก มีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมอ สามารถฝึกทำแบบฝึกหัดออนไลน์ด้วยตนเอง ลดข้อจำกัดจากการพึ่งพาอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานร่วมกัน และช่วยวางรากฐานความรู้ด้านการเงินอย่างเป็นระบบภายในห้องเรียน

นายริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อมีความพร้อม การสร้างความสามารถให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิผลและบริหารจัดการการเงินได้อย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผลลัพธ์จากโรงเรียนต้นแบบสะท้อนชัดเจนว่าการเข้าถึงเครื่องมือดิจิทัลและการเรียนรู้เรื่องการเงินอย่างเป็นระบบ ช่วยเสริมศักยภาพนักเรียนได้จริง การขยายโครงการนี้จะทำให้ธนาคารเข้าถึงนักเรียนกลุ่มกว้างขึ้น และช่วยพัฒนาทักษะสำคัญที่จำเป็นต่ออนาคต ด้าน นางสาวกนกวรรณ โชว์ศรี ผู้อำนวยการโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวเสริมว่า การสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนต้องมองไกลกว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การบูรณาการเทคโนโลยีในการเรียนรู้ประจำวันควบคู่กับการเสริมความรู้ทางการเงินที่นำไปใช้ได้จริง ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการลดช่องว่างเชิงคุณภาพและเสริมโอกาสระยะยาวของนักเรียน

อนึ่ง โครงการ UOB My Digital Space ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของธนาคาร ที่มุ่งส่งเสริมการเข้าถึงดิจิทัลและเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชน ผ่านรูปแบบการพัฒนาศักยภาพที่ออกแบบให้ขยายผลได้อย่างเป็นระบบทั่วประเทศ โดยโครงการนี้ริเริ่มจากประเทศสิงคโปร์ ก่อนขยายมายังประเทศไทยจนประสบผลสำเร็จอย่างโดดเด่น และต่อยอดสู่ประเทศอินโดนีเซียในลักษณะโครงการระยะหลายปี ปัจจุบันโครงการดังกล่าวช่วยยกระดับทักษะ ความรู้ และการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับนักเรียนแล้วกว่า 100,000 คนทั่วภูมิภาค เพื่อเตรียมความพร้อมเยาวชนสู่โลกอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล

 

Back to top button