SIRI ออกหุ้นกู้ Green Bond ระดมทุนพัฒนา “คอนโดสารสิน” ตอบโจทย์ ESG

SIRI เดินหน้าสานต่อนโยบาย ESG เตรียมเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ภายใต้กรอบ Green Financing Framework ที่สอดคล้องมาตรฐาน Thailand Taxonomy เพื่อนำเงินระดมทุนไปพัฒนา “คอนโดมิเนียมทำเลสารสิน” โครงการต้นแบบด้านความยั่งยืน มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนเป้าหมายรักษ์โลก


บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่งเสริมนโยบายและกลยุทธ์ ESG ของบริษัท ด้วยการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) โดยมีหลักเกณฑ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน Thailand Taxonomy ซึ่งเป็นมาตรฐานกรอบอ้างอิงของไทยในการประเมินกิจกรรมหรือโครงการเข้าข่าย “สีเขียว” หรือ “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” ตามผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ตรวจสอบได้

ที่สำคัญเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้มีส่วนร่วมโดยตรงในการสนับสนุนโครงการที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการได้รับผลตอบแทนที่มั่นคง ท่ามกลางสถานะทางการเงินของบริษัทที่แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิอันดับ 1 ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

การออกหุ้นกู้ชุดนี้อยู่ภายใต้ Green Financing Framework ของแสนสิริ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และผ่านการสอบทานโดยองค์กรรับรองมาตรฐานชั้นนำของโลกอย่าง บริษัท ดีเอ็นวี (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้สอบทานอิสระ (Independent External Reviewer) โดยเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุน จะนำไปใช้พัฒนาโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โมเดลโครงการแรก คือ “คอนโดมิเนียมในทำเลสารสิน” เพื่อยกระดับมาตรฐานการออกแบบที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเต็มรูปแบบ

“คอนโดมิเนียมทำเลสารสิน” ที่สุดของ Sustainability เต็มรูปแบบ 1.) ผ่านทุกมิติสิ่งแวดล้อม (EIA & Community Well-being) โครงการผ่านการประเมิน EIA ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งคุณภาพอากาศ เสียง น้ำ พื้นที่สีเขียว ไปจนถึงสุขภาวะของชุมชนรอบข้าง พร้อมแผนติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการดูแลสิ่งแวดล้อมถูกนำไปใช้จริง ไม่ใช่แค่ในกระดาษ

2.) นวัตกรรมก่อสร้างและวัสดุลดคาร์บอน (Low-Carbon & Eco-Materials) ได้แก่ ลดคาร์บอนตั้งแต่ฐานราก: เลือกใช้วัสดุคาร์บอนต่ำที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้, นวัตกรรม Mechanical Fixing System: ใช้ระบบยึดติดเชิงกลในการติดตั้งเปลือกอาคาร ลดการใช้คอนกรีต ลดคาร์บอนฝังตัว (Embodied Carbon) และลดมลพิษ/ระยะเวลาในการก่อสร้าง, Facade คลายร้อน: เลือกใช้วัสดุ Terracotta ที่ไม่กักเก็บความร้อน ช่วยลดอุณหภูมิผิวอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.) ดีไซน์อัจฉริยะเพื่อที่สุดของคุณภาพการอยู่อาศัย ได้แก่ แสงธรรมชาติที่พอดี: ออกแบบช่องเปิดรับแสงให้สว่างสบายตา ลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันโดยไม่นำพาความร้อนเข้ามาเพิ่ม,

โครงการผ่านเกณฑ์มาตรฐานอาคารประหยัดพลังงาน (BEC) จากกระทรวงพลังงาน โดดเด่นด้วยการออกแบบเปลือกอาคารที่กันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ผ่านเกณฑ์ OTTV/RTTV) อาทิ การควบคุมความร้อนด้วยการผสาน ฟิล์มกรองแสง และ ชั้นอากาศ (Air Gap) ช่วยลดความร้อนเข้าสู่อาคาร ยืดอายุการใช้งานของระบบปรับอากาศ ช่วยให้เครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนัก ซึ่งไม่เพียงแต่ประหยัดพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอน แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบต่างๆ ในอาคารให้ยาวนานขึ้น ลดภาระการซ่อมบำรุง ตอบโจทย์ความยั่งยืน (Sustainability) ในระยะยาวอย่างแท้จริง

4.) ยกระดับการใช้ทรัพยากรด้วยเทคโนโลยี ได้แก่ Automatic Parking: ระบบที่จอดรถอัตโนมัติ ช่วยลดขนาดโครงสร้างก่อสร้าง (ประหยัดวัสดุ) และลดการปล่อยคาร์บอน/ไอเสียจากการขับรถวนหาที่จอด พร้อมเพิ่มความปลอดภัย, บริหารจัดการน้ำครบวงจร: มีระบบจัดการและบำบัดน้ำใช้ที่มีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำในระยะยาว

5.) สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนและลดภาระสิ่งแวดล้อมปลายทาง (Circular Economy) ได้แก่ คิดเผื่ออนาคต ด้วยการออกแบบที่เอื้อต่อการบำรุงรักษา ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนง่าย และรองรับการคัดแยกรีไซเคิล เพื่อลดขยะฝังกลบ ลดมลพิษปลายทาง และสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด เป็นระเบียบและส่งเสริม safety & community well-being ในระยะยาว

แสนสิริมุ่งมั่นบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การเลือกใช้วัสดุ การลดของเสีย ไปจนถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งความสำเร็จนี้สะท้อนผ่านรางวัลและการจัดอันดับด้านความยั่งยืนจากสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ผู้สนใจร่วมลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่มั่นคงพร้อมผลักดันเป้าหมายรักษ์โลก สามารถศึกษารายละเอียดจากร่างหนังสือชี้ชวนการเสนอขายได้ที่ www.sec.or.th และเตรียมจองซื้อผ่านช่องทางของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ได้แก่:

บุคคลธรรมดา: จองซื้อออนไลน์ผ่าน www.kasikornbank.com/kmyinvest (ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว)

นิติบุคคล: จองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: โทร. 02-888-8888 กด 869 และบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

Back to top button