
FPT ปิดฉาก Bangkok Vertical Run 2026 สมทบทุน “มูลนิธิดวงใจใหม่”
FPT ประสบความสำเร็จจัดงานวิ่งแนวตั้งพิชิต 3 อาคารสำนักงานใจกลางกรุง ดึงนักวิ่งกว่าพันคนทลายขีดจำกัด พร้อมมอบเงินบริจาค 114,600 บาท สมทบทุนมูลนิธิดวงใจใหม่
ระยะทางหมื่นลี้เริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ ล่าสุด อีเวนต์ที่กำลังโด่งดังในโลกโซเชียลและวงการแข่งขันระดับโลกคือการวิ่งแนวตั้ง (Vertical Run) หรือที่เรียกอย่างไม่เป็นทางการว่าการแข่งขันวิ่งขึ้นตึกสูง ซึ่งนับเป็นหนึ่งในกีฬาสุดฮิตของนักกีฬาจากทั่วทุกมุมโลก เนื่องจากผู้เข้าร่วมจะต้องมีความอึด ถึก และทนอย่างครบเครื่องจึงจะมีโอกาสเข้าถึงเส้นชัยได้ ทั้งนี้ ว่ากันว่าผู้เข้าร่วมไม่จำเป็นต้องเข้าเส้นชัยเป็นลำดับแรก ขอเพียงสามารถเข้าถึงเส้นชัยในลำดับใดก็ได้ ก็ถือว่าสามารถทำลายขีดจำกัดทางกายและเอาชนะใจตนเองได้สำเร็จ ซึ่งสิ่งนี้คือความพิเศษที่แท้จริงของกิจกรรมวิ่งแนวตั้ง
ล่าสุด กลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ FPT ได้จัดงานวิ่งแนวตั้งเพื่อพิชิตตึกอาคารสำนักงานใจกลางเมือง 3 โครงการยักษ์ ภายใต้กิจกรรม “Bangkok Vertical Run Challenge Series 2026” โดยนักวิ่งที่เข้าร่วมการแข่งขันครบทั้ง 3 แห่ง จะได้รับเอกสิทธิ์ในการเป็นหนึ่งในผู้พิชิตการแข่งขันวิ่งแนวตั้งที่มีระดับความสูงรวมกันถึง 568.65 เมตร หรือคิดเป็นจำนวนบันได 3,667 ขั้น ทั้งนี้ ข้อมูลเชิงลึกระบุว่าอาคารทั้ง 3 แห่งที่กลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (FPT) ได้เลือกเฟ้นมาจัดกิจกรรมในครั้งนี้นั้น มีจุดเด่นร่วมกันคือเป็นอาคารที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีการก่อสร้างและการออกแบบของโลกในยุคปัจจุบันจะอำนวยให้
สำหรับอีเวนต์วิ่งแนวตั้งครั้งนี้ ได้มีการปูพรมจัดกิจกรรมตลอด 1 เดือนเต็ม ประเดิมสนามแรกเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ด้วยการวิ่งขึ้นตึกโครงการ “มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์” ที่ระดับความสูง 32 ชั้น จำนวน 976 ขั้นบันได ถัดมาในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา กิจกรรมได้ถูกจัดขึ้นอีกครั้งที่โครงการ “สาทรสแควร์” ณ ความสูง 41 ชั้น จำนวนบันได 1,086 ขั้น และปิดฉากสนามสุดท้ายเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา กับเมกะโปรเจ็กต์ภาคเอกชนที่ทุ่มทุนสร้างเพียงโครงการเดียวแต่มูลค่าสูงถึง 1.2 แสนล้านบาท อย่างโครงการ วัน แบงค็อก โดยได้ปักหมุดจัดการแข่งขันกันที่ “วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ 4” ด้วยความสูง 49 ชั้น จำนวน 1,605 ขั้นบันได
ทั้งนี้ นักวิ่งทุกคนในงานวิ่งแนวตั้ง ไม่ว่าจะเข้าร่วมแบบฉายเดี่ยวหรือมาเป็นกลุ่ม ก็สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ทั้งหมด โดยทุกคนได้รับการต้อนรับในฐานะแขกรับเชิญของกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (FPT) สำหรับรางวัลของนักวิ่งที่สามารถพิชิตอาคารยักษ์ทั้ง 3 โครงการในประเทศไทย นอกเหนือจากการได้ทลายขีดจำกัดของตนเองจนถึงเส้นชัยบนยอดตึกแล้ว ยังได้รับโบนัสพิเศษจากการเทกวิวเมืองมหานครกรุงเทพฯ ในทำเลใจกลางเมือง ซึ่งเป็นวิวที่อัดแน่นไปด้วยภาพตึกสูงตระหง่านและวิวเมืองที่สวยงามเหนือจินตนาการ จนทำให้กรุงเทพมหานครได้รับการยอมรับในฐานะเมืองระดับโลกที่เทียบชั้นกับมหานครชั้นนำอย่างนิวยอร์ก ลอนดอน และเมืองชื่อดังอื่นๆ อีกมากมาย ในรูปแบบที่น้อยคนนักจะได้สัมผัสด้วยสายตาของตนเอง
เมื่อย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศการจัดงานครั้งแรกที่โครงการ ‘มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์’ พบว่าเต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดยมีนักวิ่งกว่า 300 คนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน และวัยเก๋า ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สำหรับโครงการสาทรสแควร์ ซึ่งเป็นอาคารที่สองของซีรีส์การแข่งขัน ‘Bangkok Vertical Run Challenge Series 2026’ ที่มีความสูง 41 ชั้น จำนวน 1,086 ขั้นบันได ได้เพิ่มความท้าทายให้กับผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 350 คน โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ทำให้สนามนี้มีความพิเศษยิ่งขึ้น คือการที่ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสวิวท้องฟ้ายามเช้าพร้อมบรรยากาศของถนนสาทร ซึ่งเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักวิ่งได้เก็บภาพบรรยากาศและแชร์ความสำเร็จร่วมกัน อนึ่ง อีเวนต์วิ่งแนวตั้งที่ช่วยปลุกพลังคนเมืองสายแอคทีฟโดยกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (FPT) ในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากแนวคิดการสนับสนุนการใช้ชีวิตแบบ Active Urban Lifestyle
ไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันอยู่ที่สนามสุดท้าย ณ อาคาร วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ 4 ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมภายในโครงการ วัน แบงค็อก เมืองกลางใจ บนทำเลผืนใหญ่ที่สุดขนาด 108 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางย่านพระราม 4 ด้วยความสูง 49 ชั้น รวม 1,605 ขั้นบันได นับเป็นสนามที่มีความสูงที่สุดของซีรีส์นี้ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยพลังและเสียงเชียร์จากครอบครัวและคอมมูนิตี้สายวิ่งกว่า 450 คน ที่มาร่วมงานเลี้ยงปิดท้ายซีรีส์การแข่งขัน พร้อมดื่มด่ำกับวิวเมืองแบบพาโนรามา 360 องศา เพื่อเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจและเฉลิมฉลองความสำเร็จร่วมกัน ความพิเศษของการแข่งขันในพื้นที่สนามสุดท้ายนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาร่วมเป็นประธานเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนเมือง พร้อมร่วมให้กำลังใจนักวิ่งที่มุ่งมั่นพิชิตความสูงของอาคารระดับแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ สร้างบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงเส้นชัย
สำหรับผู้ที่สามารถทำเวลาได้ดีที่สุดจากทั้ง 3 สนาม ได้แก่ ‘Soh Wai Ching’ แชมป์โลกนักวิ่งขึ้นตึกชาวมาเลเซีย ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นและท้าทายทั้งกำลังกายและกำลังใจ ขณะที่นักวิ่งอีกหลายคนต่างตั้งเป้าที่จะทำลายสถิติของตนเอง ซึ่งนับเป็นเสน่ห์ของกีฬาวิ่งแนวตั้งที่ไม่ได้วัดกันเพียงความเร็ว แต่คือการเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองในทุกก้าวเดิน
นอกจากนี้ หนึ่งในกิมมิกสำคัญของกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (FPT) คือการเป็นสะพานบุญให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้ง 3 สนามได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ โดยทุกๆ การสมัครเข้าร่วมกิจกรรมจะถูกเปลี่ยนเป็นเงินบริจาคจำนวน 100 บาท เพื่อนำไปสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ผ่านมูลนิธิดวงใจใหม่ (New Heart Foundation) ตลอดซีรีส์การแข่งขัน มียอดเงินบริจาครวมทั้งสิ้น 114,600 บาท ตอกย้ำถึงแนวคิดการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ที่ให้ความสำคัญในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพ สังคม และการสร้างเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน

