FTREIT กวาดรายได้ Q1/69 แตะ 1.12 พันล้านบาท เคาะปันผล 0.1945 บ.

FTREIT กวาดรายได้ไตรมาส 1/69 (ตุลาคม-ธันวาคม 2568) ที่ 1,121 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% กำไรจากการลงทุนสุทธิ 764 ล้านบาท โต 11.3% รับแรงหนุนพอร์ตโรงงาน–คลังสินค้าใหม่ และดีมานด์โลจิสติกส์–อิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่ง เตรียมจ่ายปันผล 0.1945 บาทต่อหน่วย


นายภูมภาร อรุณธรรมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล รีท แมนเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “FIRM” ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ หรือ “FTREIT”  เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปีงบการเงิน 2569 (ตุลาคม – ธันวาคม 2568) ทำรายได้รวม 1,121.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.7 ล้านบาท หรือ 8.5% กำไรจากการลงทุนสุทธิ 764.0 ล้านบาท หรือเติบโต 11.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เตรียมจ่ายเงินปันผลไตรมาส 1/2569 อัตรา 0.1945 บาทต่อหน่วย ในวันที่ 12 มีนาคม 2569

นายภูมภาร กล่าวอีกว่า FIRM สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานของกองทรัสต์ในไตรมาสแรกของปีงบการเงิน 2569 ให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เป็นผลจากพื้นที่ให้เช่าของพอร์ตโฟลิโอที่เพิ่มขึ้นหลังลงทุนซื้อทรัพย์สินทั้งโรงงานและคลังสินค้าเมื่อเดือนกันยายน 2568

นอกจากนี้ มีดีมานด์หนุนต่อเนื่องจากผู้เช่าในกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ และอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้อัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยของไตรมาส 1/2569 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 93.7% จาก 92.8% ในไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ผู้จัดการกองทรัสต์มองว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะยังคงได้รับแรงกดดันจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าจากต่างประเทศ รวมทั้งความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทย

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยภาคการผลิตและภาคการส่งออกได้รับแรงหนุนจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตต่อเนื่องตามดีมานด์ตลาดโลก เช่น เซมิคอนดักเตอร์ แผ่นวงจร PCB (Printed Circuit Board) อุปกรณ์เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Hard Disk Drive) เป็นต้น

ขณะเดียวกันแนวโน้มการลงทุนจากต่างประเทศยังมีทิศทางที่ดี เห็นได้จากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในปี 2568 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้น 21% เงินลงทุนมูลค่ารวมเพิ่มขึ้น 66% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อความพร้อมของประเทศไทย ซึ่งผลักดันความต้องการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าให้เพิ่มสูงตามไปด้วย

Back to top button