ดีอี-BDE ผนึกไปรษณีย์ไทย เปิด 125 ศูนย์ หนุนผู้ประกอบการออนไลน์ทั่วประเทศ

กระทรวงดีอี-BDE จับมือไปรษณีย์ไทย ขยายศูนย์ดิจิทัลชุมชนสู่ที่ทำการไปรษณีย์ 125 แห่งทั่วประเทศ เดินหน้าพัฒนาทักษะ E-Commerce ปั้นวิทยากรชุมชน หนุนเกษตรกร-OTOP-SMEs เปิดร้านออนไลน์และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 ก.ย.69) นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดตัว “โครงการขยายศูนย์ดิจิทัลชุมชนเพื่อการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ตลาด E-Commerce ยุคใหม่และการขับเคลื่อนในระดับชุมชน”

ภายในงานมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษากว่า 100 คน เข้าร่วมงาน ณ ห้องออดิทอเรียม ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ดิจิทัลชุมชน 2,347 แห่งทั่วประเทศ เข้าร่วมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

นางสาวแนนกล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีดิจิทัลในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสังคมไทย โดยโครงการขยายศูนย์ดิจิทัลชุมชนไม่ได้มุ่งเพียงนำคอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ตเข้าสู่ชุมชน แต่ต้องการสร้างโอกาสให้ประชาชนใช้เทคโนโลยีพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม

กระทรวงพร้อมขับเคลื่อนโครงการร่วมกับประชาชนในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ OTOP ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้สามารถเข้าถึงเครื่องมือดิจิทัลอย่างทั่วถึง และนำไปสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้จริง

ทั้งนี้ ศูนย์ดิจิทัลชุมชนจะทำหน้าที่เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ให้ประชาชนเข้ามาเรียนรู้ ขอคำปรึกษา และฝึกปฏิบัติ ตั้งแต่การเปิดร้านค้าออนไลน์ การถ่ายภาพสินค้า การผลิตคลิปวิดีโอ การถ่ายทอดสดเพื่อจำหน่ายสินค้า ตลอดจนการรับคำสั่งซื้อและการจัดส่งสินค้า

นอกจากนี้ ศูนย์ดังกล่าวจะเป็นจุดเชื่อมโยงวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ OTOP และ SMEs เข้ากับแพลตฟอร์มออนไลน์ ผู้ให้บริการขนส่ง และเครือข่ายการตลาด พร้อมพัฒนาเป็นชุมชนดิจิทัล (Digital Community) ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเติบโตไปด้วยกัน

ขณะเดียวกัน โครงการจะสร้างวิทยากร E-Commerce ประจำชุมชน เพื่อทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงที่เข้าใจบริบทของแต่ละพื้นที่ นอกเหนือจากการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยี โดยจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทดลองดำเนินงานจริง เรียนรู้จากผลลัพธ์ และนำความรู้ไปต่อยอดธุรกิจเพื่อสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

นางสาวแนนกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันตลาด E-Commerce ของไทยมีมูลค่าแตะระดับ 1 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.8 ล้านล้านบาทภายในปี 2573 ดังนั้น การขับเคลื่อน E-Commerce ในระดับชุมชนจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ และเปิดโอกาสให้สินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ด้านนายเวทางค์กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ดำเนินโครงการขยายศูนย์ดิจิทัลชุมชนเพื่อการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ศูนย์ดิจิทัลชุมชนเป็นกลไกผลักดันกิจกรรม E-Commerce และยกระดับเป็นศูนย์บ่มเพาะและสนับสนุนการค้าออนไลน์ในระดับชุมชน

โครงการตั้งเป้าจัดตั้งศูนย์ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศจำนวน 125 แห่ง พร้อมพัฒนาทักษะด้าน E-Commerce สร้างวิทยากรชุมชน และจัดฝึกอบรมแก่ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน OTOP และ SMEs เพื่อให้สามารถเปิดร้านค้าออนไลน์และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย “ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ที่มุ่งวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นระบบ พร้อมเตรียมความพร้อมให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และนำทักษะดิจิทัลไปใช้สร้างรายได้และยกระดับธุรกิจในชุมชน

Back to top button