KTC กาง 4 แนวทางวางแผนเกษียณ เสริมความมั่นคงรับสังคมสูงวัย

KTC ชวนคนไทยวางแผนเกษียณ แนะ 4 แนวทางครอบคลุมการเงิน สุขภาพ ที่อยู่อาศัย และความสัมพันธ์ รับคาดการณ์ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดปี 2576 ย้ำเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ เพื่อรักษาคุณภาพชีวิต อิสระ และทางเลือกในการใช้ชีวิตระยะยาว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยแนวคิดการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ ภายใต้ประเด็น “เกษียณยุคใหม่ไม่ได้กลัวเงินหมด แต่กลัวหมดทางเลือก” โดยมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทย ซึ่งกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว พร้อมเน้นย้ำว่าการวางแผนเกษียณไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการสะสมเงินออมและการลงทุน แต่ต้องครอบคลุมปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต เพื่อรักษาความมั่นคงและอิสระในการตัดสินใจในระยะยาว

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีจำนวนเด็กเกิดใหม่ 416,574 คน ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 559,684 คน ส่งผลให้จำนวนประชากรลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคาดการณ์ว่า ภายในปี 2576 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด โดยประชากรประมาณ 1 ใน 3 จะมีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวทำให้ประชาชนจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านการเงิน สุขภาพ ที่อยู่อาศัย และการบริหารจัดการทรัพย์สินอย่างรอบด้านมากขึ้น

สำหรับแนวทางแรก KTC แนะนำให้ให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากการมีทรัพย์สินจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินสดเพียงพอต่อการใช้จ่ายในภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะผู้ที่ถือครองทรัพย์สินในรูปแบบอสังหาริมทรัพย์หรือเงินลงทุนระยะยาว จึงควรจัดสรรเงินสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ เงินสำรองฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และเงินลงทุนระยะยาวให้เหมาะสม พร้อมจัดระเบียบบัญชีและเอกสารสำคัญ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้สะดวกเมื่อจำเป็น

แนวทางที่สอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับวัยสูงอายุ โดยควรพิจารณาปัจจัยด้านความปลอดภัยภายในบ้าน ทั้งการลดสิ่งกีดขวาง การติดตั้งราวจับ การเพิ่มแสงสว่าง และการเลือกใช้วัสดุป้องกันการลื่นล้ม รวมถึงพิจารณาทำเลที่สามารถเข้าถึงโรงพยาบาล ร้านค้า และบริการสาธารณะได้สะดวก เพื่อรองรับข้อจำกัดด้านการเดินทางและการใช้ชีวิตในอนาคต

แนวทางที่สาม คือ การวางแผนสุขภาพและการเตรียมข้อมูลทางการแพทย์ล่วงหน้า โดยควรรวบรวมข้อมูลโรคประจำตัว ประวัติการใช้ยา การแพ้ยา สิทธิการรักษาพยาบาล โรงพยาบาลประจำ และรายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉิน เพื่อช่วยให้การเข้าถึงบริการทางการแพทย์เป็นไปอย่างรวดเร็วและลดความผิดพลาดในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ส่วนแนวทางที่สี่ คือ การสร้างความสัมพันธ์และเครือข่ายทางสังคม ซึ่ง KTC มองว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตหลังเกษียณ โดยสนับสนุนให้ประชาชนรักษาความสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อนฝูง และชุมชน ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน การออกกำลังกาย การเรียนรู้ทักษะใหม่ หรือการทำงานอาสาสมัคร เพื่อสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือและลดความเสี่ยงจากการขาดผู้ดูแลในวัยสูงอายุ

ทั้งนี้ KTC ระบุว่า เป้าหมายสำคัญของการวางแผนเกษียณไม่ใช่เพียงการมีเงินออมเพียงพอต่อการดำรงชีวิต แต่ยังรวมถึงการรักษาความสามารถในการตัดสินใจและเลือกแนวทางการใช้ชีวิตด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านที่อยู่อาศัย การดูแลสุขภาพ หรือการบริหารค่าใช้จ่าย โดยการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ช่วงวัยทำงานจะช่วยให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

KTC จึงสนับสนุนให้ประชาชนเริ่มวางแผนชีวิตหลังเกษียณตั้งแต่วันนี้ โดยผสานการบริหารการเงินเข้ากับการดูแลสุขภาพ การเตรียมที่อยู่อาศัย และการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม เพื่อเสริมความมั่นคงในการดำรงชีวิต รักษาคุณภาพชีวิต และเพิ่มทางเลือกในการใช้ชีวิตอย่างอิสระเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ

Back to top button