FSMART:ปีนี้กำไรโตต่อแม้เจอการแข่งขันสูงโบรกฯแนะนำถือราคาเป้าหมายเป้า 21.40 บ.

FSMART:ปีนี้กำไรโตต่อแม้เจอการแข่งขันสูง โบรกฯแนะนำถือราคาเป้าหมายเป้า 21.40 บ.


บล.เคทีบี ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(20ก.พ.) ว่า บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART รายงานกำไรสุทธิสำหรับช่วง ไตรมาส4/59 ที่ เติบโตสูงถึง +39.9% QoQ, +88.5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราการเติบโตไตรมาสต่อไตรมาสสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ผ่านมาที่เพียง

ซึ่งเป็นผลมาจากการหยุดขายซิม AIS One-2-Call ของ 7-11 สะท้อนได้จากมูบค่าเติมเงินรวมผ่านตู้บุญเติมที่ปรับตัวขึ้นมาจากไตรมาส 3 ที่ 5,766 ล้านบาท มาอยู่ที่ 7,377 ล้านบาท นอกจากนี้จำนวนตู้บุญเติม ณ สิ้นปี 2016 ยังสูงกว่าที่บริษัทเคยตั้งเป้าไว้ 2,000 ตู้ มาอยู่ที่ 92,082 ตู้ และรายได้ต่อตู้ต่อเดือน (ARPU) ปรับตัวขึ้นเป็นกว่า 30,000 บาท บ่งชี้ว่า FSMART ยังคงความเป็นเบอร์ 1 ของอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง

ยังคงมองว่าปี 60 บริษัทยังคงเจอแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงของ AJD ผ่านตู้ “AJ เติมสบาย” อีกทั้ง TRUE ยังมีแนวโน้มที่จะขยายธุรกิจมายังตลาดตู้เติมเงินมือถือ อย่างไรก็ตาม FSMART ยังมีจุดเด่นในหลายๆด้าน ทั้งจาก business model ที่มีลักษณะเป็นส่วนแบ่งรายได้, อีกทั้ง ARPU (รายได้ต่อตู้ต่อเดือน) ยังคงอยู่ในระดับที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรมที่ประมาณ 30,000 บาท อีกทั้ง ตู้เติมเงิน TRUE ยังสามารถเติมเงินได้เฉพาะเครือข่าย True Move เท่านั้นเราจึงมองว่า FSMART ยังสามารถเดินหน้าต่อได้ และโดยปรับการคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ขึ้นเล็กน้อยเป็น 534 ล้านบาท (+28.8% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน)

กลุ่มทรูเปิดตัว “ตู้เติมเงิน TRUE” ซึ่งเป็นตู้เติมเงินมือถือเฉพาะระบบโทรศัพท์ทรูมูฟ เอช โดยตั้งเป้าติดตั้งทั้งหมด 4 หมื่นตู้ตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงหน้า 7-11 ปัจจุบันจำนวนตู้บุญเติมหน้า 7-11 อยู่ที่ประมาณ 7,000 ตู้หรือ 7.7% ของตู้บุญเติมทั้งหมด เราคาดโอกาสที่ 7-11 จะไม่ต่อสัญญาตู้บุญเติมเกิดขึ้นยาก เนื่องจากเรามองกลุ่ม TRUE ผลิตตู้เติมเงินมาเพื่อเสริมธุรกิจ True Move และ True Online มากกว่าที่จะทำกำไรอย่างจริงจังจากธุรกิจตู้เติมเงิน

อีกทั้ง TRUE ยังรับส่วนแบ่งรายได้จากตู้บุญเติมอยู่ เราจึงมอง FSMART จะได้รับผลกระทบจากยอดเติมเงินที่ลดลงเท่านั้น เราจึงคาดว่าหาก TRUE สามารถดำเนินการรุกตลาดตู้เติมเงินได้สำเร็จ FSMART จะได้รับผลกระทบต่อกำไรสุทธิประมาณ -30 ถึง -40 ล้านบาทต่อปี

ยังไม่นำประเด็นเรื่อง TRUE มาคำนวณในการประมาณการราคาเหมาะสมเนื่องจากเรายังไม่เห็นถึงโอกาสในการรุกธุรกิจตู้เติมเงินที่ชัดเจน จึงคงราคาเหมาะสมที่ 21.40 บาท ด้วยคำแนะนำ “ถือ” ด้วยวิธี DCF อิง WACC ที่ 8.0% และ Terminal growth ที่ 3.0% แต่หากนำผลกระทบจาก TRUE มาคำนวณ ราคาหุ้นพื้นฐานใหม่จะอยู่ที่ประมาณ 20.0 บาท

 

 

 

 

Back to top button