VNG ลุ้นกำไร Q3/60 ฟื้นตัวตามการส่งออกเพิ่มแนะซื้อเป้า 13.8 บ.


บล.ดีบีเอสฯ ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(22 ก.ย.) ว่า บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ VNG คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิ ไตรมาส 3/60 จะเติบโตได้ต่อ เทียบไตรมาสก่อนหน้า จากปริมาณส่งออกที่เพิ่มขึ้น (ไตรมาส 3 เป็น High season ของธุรกิจ และบริษัทมีรายได้จากส่งออก 76% ในไตรมาส 2/60)

ปริมาณส่งออก ไตรมาส 3/60 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เทียบไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบไม้ยางทรงตัว เทียบไตรมาสก่อนหน้า (+20% กว่า เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในช่วงน้ำท่วมต้นทุนการตัดและขนส่งสูงขึ้นมาก) ราคาส่งออก & ขายในประเทศทรงตัว เทียบไตรมาสก่อนหน้า (MDF Board อยู่ที่ 190-195 US$/ลบม., Particle Board ประมาณ 150-160 US$/ลบม. ราคา Laminate Flooring 206 บาท/ตรม. และแผ่นไม้ปิดผิวอยู่ที่ 8,000-9,000 บาท/ลบม.) ซึ่งราคา Particle Board ขยับขึ้นได้ใน 2Q60 หลังปริมาณผลิต VNG ลดลงจากการเปลี่ยนไลน์ไปผลิต MDF Board แทน

อัตรากำไรขั้นต้น ไตรมาส 3/60 มีโอกาสเพิ่มขึ้นจาก 2Q60 ที่ 25.2% จากการผลิตเพิ่มขึ้นทำให้มี Economy of scale

ยอดขาย Laminated Flooring ปีนี้น้อยกว่าคาด โดยเป็นผลจากอุตสาหกรรมที่พักอาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ซบเซาลง ทำให้การซื้อสินค้าประเภทนี้ชะลอตามไปด้วย เราประเมินว่าปริมาณขายปีนี้จะอยู่ที่ 5.8-6.0 ล้านตรม. (ลดลงจากคาดการณ์เดิม 10%) โดยบริษัทมีกำลังการผลิตทั้งหมด 10 ล้านตรม.

ปี 61 มีกำลังการผลิต MDF & Particle Board เข้ามาเพิ่ม การเติบโตของผลประกอบการปี 61 มาจากกำลังการผลิต MDF Board ที่เพิ่ม 2.1 แสนลบม./ปี (ปัจจุบันมีกำลังการผลิต MDF Board 1.17 ล้านลบม./ปี) โดยจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ประมาณกลาง 2Q61 ทั้งนี้ยอดขายของ MDF Board ปัจจุบันคิดเป็น 60% ของรายได้จากการขายทั้งหมด และกำลังการผลิต Particle Board เพิ่มราว 10% หลังปรับปรุงเครื่องจักรและแก้ปัญหาคอขวดในการผลิต

วิเคราะห์ความอ่อนไหวผลกระทบบาทแข็ง เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการส่งออกสุทธิประมาณ 46% ของรายได้รวม (รายได้ส่งออก 76% และต้นทุนนำเข้า 30% ของรายได้รวม) โดยการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาททุกๆ 1 บาท จะทำให้กำไรสุทธิเปลี่ยนแปลงไป 1%

แนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 13.80 บาท อิง P/E ปีนี้ ที่ 15 เท่า ทั้งนี้คาดการณ์ว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวได้ต่อใน ไตรมาส 3/60 (กำไรสุทธิ 1Q60 เป็นจุดต่ำสุดของปีนี้) และกำไรในปี 61 จะขยายตัวได้ดีขึ้นเป็น +15% ที่ 1.65 พันล้านบาท ความเสี่ยงหลัก คือ เงินบาทแข็งเกินกว่าคาด และราคาวัตถุดิบไม้ยางสูงขึ้นมากกว่าที่ประมาณการไว้ โดยปัจจัยที่มีผลต่อราคาหลักๆ คือ ปริมาณฝน

Back to top button