“ลิเบอเรเตอร์” แนะซื้อ BBIK ราคาเป้า 33 บ. รับอานิสงส์ Virtual Bank ดันกำไรปี 69 นิวไฮต่อ

บล.ลิเบอเรเตอร์ แนะนำ "ซื้อ" BBIK เคาะเป้า 33 บาท ลุ้นกำไรปี 69 ทำนิวไฮต่อเนื่อง รับอานิสงส์งาน Virtual Bank หนุนรายได้โต 20-30% พร้อมลุยควบรวมตั้ง "Bluebik Digital" จ่อคิวเข้า IPO ใน 3 ปี


บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Liberator) เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์วันนี้ (24 ก.พ.69) แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 คงเดิมที่ 33 บาทต่อหุ้น ซึ่งยังมีอัปไซด์ (Upside) สูงถึง 52.1% จากราคาปิดที่ 21.70 บาท (อ้างอิง P/E ที่ 17 เท่า)

โดยฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการในปี 2569 ว่าจะสามารถเติบโตและทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสถิติที่บริษัทสามารถทำนิวไฮได้ทุกปีนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) เมื่อปี 2564 จึงแนะนำให้สะสมต่อเนื่องในลักษณะ “Let the profit run” เพื่อรอรับปัจจัยบวกทั้งภายในและภายนอกบริษัท

สำหรับความเคลื่อนไหวสำคัญล่าสุด ผู้บริหารได้ประกาศรวมทีม Bluebik Vulcan เข้ากับทีมงาน Digital Transformation (DX) ของ BBIK เพื่อจัดตั้งบริษัทย่อยภายใต้ชื่อ “Bluebik Digital” รองรับอุปสงค์ด้าน Digital Transformation ที่มีเข้ามาสูงมากจนเกินขีดความสามารถในการรองรับของ BBIK ในปัจจุบัน (Overcapacity) โดยพบว่าผู้บริหารต้องปฏิเสธงานที่มีมูลค่ารวมกว่าสิบล้านบาท

ทั้งนี้ ในไตรมาส 4/2568 บริษัทมีแผนการรับพนักงานเพิ่มอย่างระมัดระวัง โดยเน้นรับบุคลากรระดับชำนาญการและผู้บริหาร เพื่อผลักดันอัตราการใช้บุคลากร (Utilization rate) ให้ถึงเป้าหมายระดับ 70% จากปัจจุบันที่ 65% นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมในการนำ Bluebik Digital จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) ภายใน 3 ปีข้างหน้า

ส่วนของงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวม ณ ไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ระดับ 952 ล้านบาท หดตัวลงเล็กน้อย 5.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ็กล็อกของ BBIK, บริษัทย่อย และบริษัทร่วมค้า (JV) ปรับตัวลดลง (JV ลดลง 36.0% จากไตรมาสก่อน)

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยมองว่าประเด็นนี้ “ไม่น่าเป็นห่วง” เนื่องจากเป็นการชะลอตัวตามฤดูกาล ซึ่งปกติงานจะเข้ามาเพิ่มในช่วงครึ่งปีแรก ผนวกกับงานส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีระยะเวลาส่งมอบที่สั้นลง ส่งผลให้งานบางส่วนไม่ถูกบันทึกลงในแบ็กล็อก

สำหรับแนวโน้มปี 2569 ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่า BBIK จะได้รับประโยชน์จากโครงการ Virtual Bank มูลค่าสูงในช่วงครึ่งปีแรก (1H26) เนื่องจากกลุ่มธนาคารที่ได้รับความเห็นชอบจะต้องเปิดให้บริการภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ขณะเดียวกันผู้บริหารระบุว่า ธนาคารรูปแบบดั้งเดิม (Traditional Bank) ยังคงมีความต้องการวางระบบเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริหารปรับเพิ่มเป้าหมายการขยายตัวของรายได้ขึ้นมาอยู่ในกรอบ 20-30% จากปีก่อนหน้า จากเดิมที่มองไว้เพียง 20% เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มนิ่ง ซึ่งหากปัจจัยภายนอกอย่างภาวะเศรษฐกิจและการจัดตั้งรัฐบาลราบรื่น จะเป็นอัปไซด์ (Upside) เพิ่มเติมจากความมั่นใจในการลงทุนของทั้งภาครัฐและเอกชน โดยงานระยะยาวคาดว่าจะเริ่มกลับมา

พร้อมกันนี้ ฝ่ายวิจัยประมาณการรายได้ของฝ่ายวิจัยยังคงอยู่ในช่วงเดียวกับเป้าหมายของผู้บริหาร จึงคงประมาณการผลการดำเนินงาน โดยคาดการณ์รายได้ปี 2569 ที่ 1,912 ล้านบาท พร้อมกำไรสุทธิ 391 ล้านบาท และคาดการณ์รายได้ปี 2570 (FY27E) ที่ 2,329 ล้านบาท พร้อมกำไรสุทธิ 471 ล้านบาท และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 33 บาทต่อหุ้น

Back to top button